หน้าแรก ภูมิภาค สสจ.เชียงใหม่...

สสจ.เชียงใหม่เตือนผู้ป่วย ‘ไข้เลือดออก’ พุ่งกำชับทุกพื้นที่ติดตามใกล้ชิด

27.07.23 | 11:53 น.

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า  สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 23 กรกฎาคม 2566 พบผู้ป่วยจำนวน 2,316 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 117.51 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 3 ราย โดยพบมากที่สุดในกลุ่มอายุ 10-14 ปี, กลุ่มอายุ 25-34 ปี และกลุ่มอายุ 5-9 ปี และพื้นที่ได้พบการระบาดมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ อ.แม่อาย อ.ฝาง อ.เชียงดาว และ อ.แม่ริม ทั้งนี้กรมควบคุมโรคจัดประชุมออนไลน์เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2566 ที่ผ่านมาร่วมกับทีมสาธารณสุขในพื้นที่ 30 อำเภอ ของ 18 จังหวัด คือ แม่ฮ่องสอน เชียงราย น่าน พะเยา ตาก เพชรบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด อุบลราชธานี กระบี่ ภูเก็ต สงขลา สตูล นราธิวาส กรุงเทพมหานคร และเชียงใหม่ ที่พบผู้ป่วยต่อเนื่องนานเกิน 8 สัปดาห์ และมีจำนวนผู้ป่วยไข้เลือดออกใน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา มากกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลังในช่วงเวลาเดียวกัน ถือว่าเข้าใกล้เกณฑ์ในการประกาศให้เป็นพื้นที่ระบาดไข้เลือดออก ซึ่งจะมีการประกาศหลังจากเฝ้าระวัง จนถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2566

สำหรับจังหวัดเชียงใหม่พบว่า อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่ที่เข้าเกณฑ์การประกาศโรคระบาด ตามมาตรา 9 พ.ร.บ. โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ซึ่งมีตำบลที่มีการระบาดมากกว่า ร้อยละ 40 (ตำบลระบาด หมายถึง พบผู้ป่วยต่อเนื่องนานเกินกว่า 8 สัปดาห์ โดยมีผู้ป่วยยืนยันอย่างน้อย 1 ราย และจำนวนผู้ป่วยใน 4 สัปดาห์ล่าสุด เกินกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง บวก ร้อยละ 20 (ผู้ป่วยต่อเนื่อง หมายถึง พบผู้ป่วยรายใหม่ ติดต่อกันนานเกินกว่า 8 สัปดาห์ โดยไม่มีการทิ้งช่วงของการพบผู้ป่วยเกิน 28 วัน)

“หากมีการประกาศเป็นพื้นที่ระบาดตามมาตรา 9 จะส่งผลให้เจ้าพนักงานโรคติดต่อสามารถเข้าสอบสวน ควบคุมโรคในบ้านผู้ป่วย ชุมชน และสถานที่ที่สงสัยว่าเป็นแหล่งแพร่โรค รวมถึงสถานที่เสี่ยงต่าง ประชาชนในพื้น ที่ระบาดต้องดำเนินการกำจัด แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถระดมทรัพยากร บุคลากร งบประมาณ เพื่อใช้ในการดำเนินงานควบคุมโรคไข้เลือดออกได้ ทำให้การควบคุมโรคไข้เลือดออกมีประสิทธิภาพ สามารถยุติการระบาดของโรคไข้เลือดออกได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น”

นพ.จตุชัย กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในทุกเดือน จากเดือนพฤษภาคม มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก ทั้งหมด 178 ราย ต่อมาเดือนมิถุนายน มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก 901 ราย และล่าสุดเดือนกรกฎาคม มีผู้ป่วยสะสมแล้ว 952 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม ทั้งหมด 2,316 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 117.51 ต่อประชากรแสนคน มีพื้นที่ระบาดต่อเนื่อง 89 หมู่บ้าน และพื้นที่พบผู้ป่วยใหม่ 406 หมู่บ้าน โดยเฉพาะอำเภอแม่อายและอำเภอเมืองเชียงใหม่ จึงเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับแผนการทำงาน พร้อมปฏิบัติการเชิงรุก ดำเนินการตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคในพื้นที่ กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงตัวอ่อน และฆ่ายุงตัวแก่ที่เป็นพาหะของการแพร่ระบาดโรคไข้เลือดออก โดยไม่ต้องคำนึงถึงรัศมีการระบาด 100 เมตรอีกต่อไป เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกให้ได้โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ เฝ้าติดตาม เฝ้าระวัง ควบคุม การแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก โดยกำชับให้ทุกพื้นที่ติดตามประเมินสถานการณ์โรคไข้เลือดออกอย่างใกล้ชิด และพิจารณาจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉิน (EOC) ตามเกณฑ์ที่กำหนด เน้นมาตรการในพื้นที่เสี่ยงที่คาดว่าจะระบาดภายใน 4 สัปดาห์ รวมทั้งสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสื่อสารถึงประชาชน อสม. ร่วมกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายทุกสัปดาห์ รวมถึงเร่งรัดพื้นที่ที่มีอัตราป่วยสูงให้ดำเนินการอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะอำเภอที่พบการระบาดสูง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะช่วยลดการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออกได้ดีที่สุด คือ การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายเป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนในพื้นที่และ อสม. ดำเนินการตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ และเก็บน้ำ เพื่อไม่ให้ยุงลายมีที่วางไข่ และฉีดพ่นฆ่ายุงลายตัวเต็มวัย ร่วมกับการป้องกันไม่ให้ยุงกัด โดยการสวมเสื้อผ้าที่มิดชิด นอนในมุ้ง ใช้ยาจุดกันยุง หรือทาโลชั่นกันยุง พร้อมทั้งได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองท้องถิ่น สนับสนุนทรัพยากรในการควบคุมป้องกันโรคไข้เลือดออก สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 หรือ กลุ่มงานควบคุมโรค สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ โทร 053 211048-50 ต่อ 110

Advertisement

สำหรับสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ นพ.จตุชัย กล่าวว่า ช่วงนี้ยังคงมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อย จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันตนเองอยู่เสมอเมื่อต้องอยู่ในสถานที่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก พร้อมทั้งเข้ารับวัคซีนเข็มกระตุ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วยกลุ่ม 608 เพื่อลดอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อ

ส่วนสถานการณ์โรคฝีดาษวานร ยอดผู้ป่วยทั่วโลกก็มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน จากข้อมูลเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2566 มีผู้ป่วยทั่วโลกยืนยัน จำนวน 88,144 ราย ส่วนประเทศไทย มีผู้ป่วยยืนยัน 119 ราย ส่วนใหญ่มีการพบเชื้อมากในกรุงเทพมหานคร อย่างไรก็ตามจังหวัดเชียงใหม่ยังไม่พบผู้ป่วยโรคฝีดาษวานรแต่อย่างใด