ปักป้ายเตือนนักท่องเที่ยว ระวังแมงกะพรุนหัวขวด บริเวณชายหาดสมิหลา
บรรยากาศทางการท่องเที่ยวชายหาดเริ่มคึกคักในวันหยุดยาวที่เริ่มต้นในวันนี้เป็นวันแรก ในขณะที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา (สคร.12 สงขลา) เตือนประชาชนที่ลงเล่นน้ำทะเลระมัดระวังแมงกะพรุนหัวขวดบริเวณชายหาดสมิหลา ซึ่งทางเทศบาลนครสงขลาได้ปักป้ายเตือนภัยเอาไว้แล้ว
รายงานข่าวจากจังหวัดสงขลาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ เทศบาลนครสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ได้ทำการปักป้ายเตือนระวังอันตรายจากแมงกะพรุน บริเวณหาดสมิหลาต่อเนื่องหาดชลาทัศน์ เพื่อเตือนให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เพิ่มความระมัดระวังในการเล่นน้ำทะเลมากยิ่งขึ้น และไม่ไปสัมผัสกับแมงกะพรุน หากพบเจอ เนื่องจากมีพิษร้าย
โดยในวันหยุดยาว 6 วัน ที่เริ่มต้นในวันนี้เป็นวันแรกนั้น พบว่าบรรยากาศทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณชายหาดนั้นคึกคักมากขึ้น ทำให้ต้องมีการเน้นย้ำการเตือนภัยอันตรายจากแมงกะพรุน

ในขณะที่สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 สงขลา ได้เตือนภัยแมงกะพรุนหัวขวด โดย นายปฐมพร พริกชู ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 12 จังหวัดสงขลา ระบุว่า แมงกะพรุนหัวขวด มีลักษณะส่วนบนลอยโผล่พ้นน้ำคล้ายลูกโป่งรูปร่างรี ยาว คล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกส มีหนวดยาวสีฟ้าหรือสีม่วง มีเข็มพิษ (nematocyst) สำหรับป้องกันตัวและจับเหยื่อ กระจายอยู่ทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณหนวด (tentacle) สำหรับพิษของแมงกะพรุนหัวขวด มีผลต่อระบบประสาท หัวใจ และผิวหนัง ส่วนใหญ่ผู้ที่สัมผัสพิษจะมีอาการคัน และปวดแสบปวดร้อนในเบื้องต้น การแสดงอาการของพิษในผู้ป่วยแต่ละบุคคลความรุนแรงจะต่างกัน ขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของร่างกาย ความต้านทาน และปริมาณพิษที่ได้รับ

สำหรับสถานการณ์การบาดเจ็บจากแมงกะพรุน ตั้งแต่ 1 มกราคม-18 กรกฎาคม 2566 มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการสัมผัสแมงกะพรุน จำนวน 2 ราย อายุ 7 ปี และ 19 ปี เมื่อเดือนมีนาคม 2566 ตำแหน่งที่สัมผัสพิษแมงกะพรุนส่วนใหญ่ คือบริเวณมือเนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บลงไปเล่นน้ำทะเลบริเวณชายหาดสมิหลาและชายหาดชลาทัศน์ ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น หากได้รับบาดเจ็บจากพิษแมงกะพรุน แนะนำให้ใช้น้ำส้มสายชูราดบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุนอย่างน้อย 30 วินาที และให้รีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที ทั้งนี้ เมื่อพบผู้บาดเจ็บจากการถูกพิษแมงกะพรุน “ห้ามใช้น้ำแข็ง น้ำเปล่า เหล้า โซดา หรืออื่นๆ ไปเทราดเป็นอันขาด” เนื่องจากจะกระตุ้นพิษให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น ห้ามถูหรือขยี้เพราะจะทำให้พิษยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น ที่สำคัญเลี่ยงการใช้เทคนิคพันรัดแน่นด้วยผ้ายืด และอย่าเก็บแมงกะพรุนที่ตายแล้วด้วยมือเปล่าหรือนำมาเล่น เพราะต่อมพิษยังสามารถปล่อยพิษได้ หากมีข้อสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422

