หน้าแรก ภูมิภาค กัปตันสปีดโบ๊...

กัปตันสปีดโบ๊ตแจงปมฝ่าคลื่นสูง เช็กสภาพอากาศก่อนเดินทางแล้ว นอภ.กำชับความปลอดภัย

3.08.23 | 19:13 น.

ชี้แจงกรณีสปีดโบ๊ตโต้คลื่นสูง 3 เมตรจากเกาะพีพี นำนักท่องเที่ยวกลับภูเก็ต หวั่นกระทบภาพลักษณ์การท่องเที่ยว


เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ห้องประชุมสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต นายไพโรจน์ ศรีละมุล นายอำเภอเมืองภูเก็ต พร้อมด้วยนายอดูลย์ ระลึกมูล เจ้าพนักงานตรวจเรือชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต พ.ต.อ.ประเทือง ผลมานะ ผู้กำกับการ สภ.เมืองภูเก็ต และผู้ประกอบการเรือ ผู้ควบคุมเรือสปีดโบ๊ต จำนวน 2 ลำ แถลงข่าวชี้แจงกรณีปรากฏภาพข่าวทางสื่อออนไลน์ขณะ เรือสปีดโบ๊ตณัฐทิชา 555 ฝ่าคลื่นลมแรงระหว่างกลับจากเกาะพีพี จ.กระบี่ เพื่อกลับมายังท่าเทียบเรือใน จ.ภูเก็ต และ เรือสปีดโบ๊ตทีเอสเค 6 บันทึกภาพเคลื่อนไหวมีนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่สวมเสื้อชูชีพเหตุเกิดเมื่อวันที่ 1 สิงหาคมนี้

นายอดูลย์กล่าวว่า หลังเกิดเหตุสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตได้แจ้งให้ผู้ประกอบการและผู้ควบคุมเรือทั้ง 2 ลำ มาชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับเจ้าหน้าที่รับทราบว่าระหว่างเกิดเหตุกัปตันเรือได้ดำเนินการอย่างไร เป็นการปฏิบัติที่เหมาะสม หรือหย่อนความสามารถหรือไม่ ถ้าหย่อนความสามารถอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.เดินเรือในน่านน้ำไทย มาตรา 291

Advertisement

“ถ้าพิสูจน์แล้ว ผู้ควบคุมเรือมีความผิด หรือเข้าข่ายกรณีดังกล่าวจะมีโทษพักใช้ใบอนุญาตผู้ควบคุมเรือเป็นเวลา 2 ปี ทั้งนี้ ได้เชิญมาทั้ง 2 ลำ เพราะเรือทีเอสเค 6 ที่นำหน้าเรือณัฐทิชา 555 พบว่ามีความหละหลวมที่ผู้โดยสารไม่สวมเสื้อชูชีพตลอดเวลา แม้เป็นเรือที่มีลักษณะดาดฟ้าเปิด แต่ต้องให้ชี้แจงเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต บังคับใช้กฎหมายความปลอดภัยทางน้ำ แต่จะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ชี้แจงข้อเท็จจริงก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหา” นายอดูลย์กล่าว

นายอดูลย์กล่าวต่อว่า ช่วงวันเกิดเหตุ 1 สิงหาคม เป็นช่วงวันหยุดยาว สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต รับนโยบายจากกรมเจ้าท่า ซึ่งทุกสาขาที่เป็นสาขาชายทะเลมีนักท่องเที่ยวใช้เวลาช่วงวันหยุดยาวมาพักผ่อน ซึ่งเรามีมาตรการเข้มข้นอยู่แล้วระดับหนึ่ง แต่เมื่อเกิดเหตุขึ้น และเพื่อให้เกิดความชัดเจนได้เน้นย้ำความเข้มข้นให้บริษัทดูแลความปลอดภัยเพิ่มความแข็งแกร่งมาตรการให้มากยิ่งขึ้น

สำหรับ เรือณัฐทิชา 555 หมายเลขทะเบียน 615101134 ขนาด 12.89 ตันกรอส ประเภทเรือกลเดินทะเลเฉพาะเขต ประเภทการใช้บรรทุกคนโดยสาร (เรือเร็ว) ใบอนุญาตใช้เรือมีอายุถึงวันที่ 20 ต.ค.2566 ได้ผจญคลื่นลมแรงในระหว่างทางกลับจากเกาะพีพี จ.กระบี่ มายังท่าเทียบเรือวานิช ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต วันที่ 1 ส.ค.2566 เวลาประมาณ 14.30 น. ขณะให้บริการเรือเช่าลำมีผู้โดยสาร 8 คน และคนประจำเรือ 2 คน รวมคนบนเรือ 11 ราย ผู้ควบคุมเรือชื่อ นายจิรทีปต์ อายุ 25 ปี ถือประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้นหนึ่ง หมดอายุวันที่ 10 เม.ย.2571 / ผู้ควบคุมเครื่องจักรชื่อ นายพิเชษฐ์ อายุ 32 ปี ถือประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่ง หมดอายุวันที่ 16 ม.ค.2571

ขณะที่เรืออีกลำชื่อ เรือทีเอสเค 6 หมายเลขทะเบียน 605100673 ขนาด 18.37 ตันกรอส ประเภทเรือเดินกลเดินทะเลเฉพาะเขต ประเภทการใช้บรรทุกคนโดยสาร (เรือเร็ว) ใบอนุญาตใช้เรือมีอายุถึงวันที่ 30 พ.ค.2567 ได้ผจญคลื่นลมแรง คลื่นมีความสูงประมาณ 3 เมตร ในวันที่ 1 ส.ค.2566 เวลาประมาน 14.30 น. ระหว่างเดินทางกลับจากเกาะพีพี มายังท่าเทียบเรือ AA แหลมหงา เกาะสิเหร่ ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ขณะนั้นมีผู้โดยสาร 44 คน ประกอบด้วย นักท่องเที่ยว 42 ราย ไกด์ 2 ราย และคนประจำเรือ 3 ราย รวม 47 ราย โดยมีผู้ควบคุมเรือชื่อ นายเรวุฒิ อายุ 31 ปี ถือประกาศนียบัตรนายท้ายเรือกลเดินทะเลชั้นหนึ่ง หมดอายุวันที่ 3 ธ.ค.2567 มีผู้ควบคุมเครื่องจักรชื่อ นายขวัญชัย อายุ 48 ปี ถือประกาศนียบัตรคนใช้เครื่องจักรยนต์ชั้นหนึ่งพิเศษ ชำนาญงาน หมดอายุวันที่ 12 พ.ย.2567

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเรือทั้ง 2 ลำดังกล่าว พบว่าตัวเรือและเครื่องจักรยนต์มีสภาพพร้อมใช้งานตามที่ระบุในใบอนุญาตใช้เรือ มีอุปกรณ์เดินเรือ สัญญาณไฟเดินเรือ อุปกรณ์ดับเพลิง และเสื้อชูชีพครบตามจำนวนที่ได้รับอนุญาต

นายอำเภอเมืองภูเก็ตกล่าวว่า ความปลอดภัยทางเรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต ได้กำหนดมาตรการดำเนินการให้ผู้ประกอบการได้ถือปฏิบัติตามมาตรการอยู่แล้ว ปรากฏว่าช่วงที่ผ่านมาได้มีคลิปภาพข่าวว่ามีนักท่องเที่ยวบางคนใช้เรือโดยสารและสวมเสื้อชูชีพไม่ครบถ้วนทุกคน อาจทำให้ภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเกิดความไม่มั่นใจในการรักษาความปลอดภัย จึงอยากให้ผู้ประกอบการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันกวดขันประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการผู้ใช้เรือโดยสารสวมเสื้อชูชีพ มีการรักษาความปลอดภัยในการใช้เรือ เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย หรือความสูญเสียเกิดขึ้น

นายอำเภอเมืองภูเก็ตกล่าวต่อว่า การสูญเสีย หรือบาดเจ็บของนักท่องเที่ยว เมื่อเกิดขึ้นมาแต่ละครั้งจะสร้างผลกระทบให้กับกิจการท่องเที่ยวของ จ.ภูเก็ต หรือจังหวัดใกล้เคียงด้วย จึงต้องการให้ภาพลักษณ์ออกไปให้เกิดความมั่นใจเพิ่มมากขึ้นในการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดภูเก็ต

นายจิรทีปต์ กัปตันเรือณัฐทิชา 555 กล่าวว่า ก่อนเดินทางได้ตรวจสอบสภาพอากาศแล้ว แต่ด้วยสถานการณ์ในขณะนั้นทำให้เกิดคลื่นลมแรง จึงตัดสินใจขับเรือนำผู้โดยสารเพื่อกลับเข้าสู่ฝั่งให้ปลอดภัยโดยเร็ว