หน้าแรก ภูมิภาค จับร้านลักลอบ...

จับร้านลักลอบ จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า มูลค่ากว่า 2 แสนบาท โดนจับมาแล้ว 3 ครั้ง แต่เปลี่ยนคนขาย

7.08.23 | 20:41 น.

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองสนธิกำลังตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี จับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ได้ของกลางจำนวนมาก รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท ผู้ต้องหารับสารภาพขายให้กับนักเรียนและกลุ่มวัยรุ่น

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม นายรณภพ เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี ร่วมกับนายไกรธวัช ทินโสม ปลัดจังหวัด นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ นายอำเภอเมืองราชบุรี พ.ต.อ.ไพบูลย์ แพรสีนวล ผกก.สภ.เมืองราชบุรี พ.ต.ท.ต้องชนะ อารีมิตร รอง ผกก.ป. สภ.เมืองราชบุรี นายจำนงค์ จันทร์วงศ์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายยศพล ชัยบุลวัชร ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส. เข้าตรวจสอบบริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านกลางใจเมืองราชบุรี

ตรวจค้นจับกุมบุหรี่ไฟฟ้าพร้อมอุปกรณ์การเสพจำนวนกว่า 200 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 2 แสนบาท ได้ผู้ต้องหาเป็นหญิง 2 คน คือ น.ส.ปริษณา อายุ 30 ปี ชาวตำบลเจดีย์หัก อ.เมืองราชบุรี และ น.ส.ขวัญพิชชา อายุ 24 ปี ชาวตำบลหน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี พร้อมของกลางตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 168 เครื่อง น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 890 ชิ้น คอยล์สำหรับใส่ตัวเครื่องบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 89 อัน รถกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน บพ 69 เพชรบุรี ใบรายการจำหน่ายสินค้าจำนวน 1 ใบ

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียนว่า ร้านบ้านควันหอมภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ ถนนคฑาธร อ.เมืองราชบุรี จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและอุปกรณ์ จากนั้นได้นำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายบุหรี่และอุปกรณ์จำนวนมากวางอยู่ มีลักษณะรูปทรงสวยงาม บรรจุใส่ซองพลาสติกสีสันสดใส ทั้งรูปผลไม้สตรอเบอรี่ องุ่น เป็นแท่งราคาอันละ 250 บาท หุ่นรูปตุ๊กตา ราคาจำหน่ายตัวละ 350 บาท บางชิ้นมีราคาตั้งแต่ 120 บาทไปจนถึงเกือบ 2,000 บาท

Advertisement

โดยมีรายได้จากการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าวันละ 10,000 บาทต่อวัน เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวว่า เป็นผู้ขายหรือจัดหาด้วยประการใดๆ หรือเสนอ หรือชักชวนให้มีการขาย ให้บริการหรือจัดหาด้วยประการใดๆ ซึ่งสินค้าบุหรี่ไฟฟ้า หรือน้ำยาสำหรับเติมบุหรี่ไฟฟ้าโดยเรียกค่าตอบแทนเป็นเงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นอันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

เป็นผู้นำเข้าซึ่งสินค้าต้องห้าม มาตรา 5 (1) แห่ง พ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเขามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ฝ่าฝืนประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดให้บารากู่และบารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าต้องห้ามการนำเข้ามาในราชอาณาจักร พ.ศ.2557 ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ศุลการ พ.ศ.2560 มาตรา 246 ซื้อ รับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นความผิด ตามมาตรา 242

นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ นายอำเภอเมืองราชบุรี เปิดเผยว่า ได้มีการจับกุมมาหลายครั้งแล้วมีความผิดหลายเรื่อง หากรวมมูลค่าน่าจะถึง 2 แสนบาท ซึ่งจะมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 5 เท่าของสินค้าที่นำเข้า-ส่งออก ถึงต้องนำสินค้าเหล่านี้ไปให้ทางศุลกากรตีราคาก่อน เมื่อศุลกากรประเมินราคาเสร็จแล้วก็จะเป็นค่าปรับ 5 เท่า เช่น ราคา 1 แสน ก็จะปรับ 5 แสนบาท โดยจับกุมมาครั้งที่ 3 แล้ว เจ้าของก็เป็นคนเดิม คนที่มาขายก็สับเปลี่ยนกัน ครั้งแรกคนขายเป็นผู้ชาย ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 เป็นผู้หญิง 2 คนนี้ ที่จับกุมได้