สาวป่วยมะเร็งท้อ ผ่อนคอนโดเหลือแค่ปีเดียว จู่ๆ ถูกยกเลิกสัญญา ยึดห้องไม่ให้อยู่
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 10 สิงหาคม นางสาวจิรนันท์ นาคคำ อายุ 44 ปี ชาวบ้าน อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ พร้อมญาติเดินทางเข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมผ่านสมาคมนักข่าวสื่อมวลชนจังหวัดชัยภูมิ ให้ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ หลังไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการที่ตนเองได้ไปทำสัญญาซื้อกับเจ้าของห้องชุด ในคอนโดแห่งหนึ่ง แถวบางกะปิ กทม. พื้นที่ 27.64 ตรม.
มาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2553 ในสัญญาผ่อนส่งเป็นเวลา 15 ปี ซึ่งตั้งแต่ตนเองทำสัญญาซื้อห้องชุดในคอนโดดังกล่าวมาตั้งแต่ช่วงเป็นสาวอายุ 30 ปี ในราคา 510,000 บาท จ่ายค่างวดมาต่อเนื่อง งวดละ 2,800 บาท/เดือน มานานกว่า 14 ปีแล้ว และจะหมดงวดและจะได้ทรัพย์เป็นห้องชุดในคอนโดดังกล่าวอีกเพียงปีเศษ ถ้าส่งหมดในเดือน ธ.ค.2567 ของปีหน้านี้
แต่แล้วอยู่ดีๆ เมื่อช่วงวันที่ 2 ก.ค.2566 ที่ผ่านมา ทางเจ้าของห้องชุดดังกล่าวที่ทำสัญญาซื้อขายกัน กลับแจ้งมาบอกว่าขอยกเลิกสัญญา ที่ทำให้ตนเองไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างมากในครั้งนี้ เพราะต้องเสียเงินส่งค่างวดรายเดือนมานานกว่า 14 ปี จนจะหมดแล้ว
โดยทางเจ้าของห้องคู่สัญญารายนี้อ้างว่า ตนเองไม่ยอมจ่ายค่าไฟฟ้า และค่าน้ำ ที่ค้างไว้รวม 8,500 บาท จึงขอยกเลิกสัญญาดังกล่าวที่ไม่เกิดความเป็นธรรมกับตนเองในครั้งนี้ แล้วเงินที่ส่งจ่ายให้เจ้าของห้องไปนานนับ 14 ปี ต้องมาเสียเปล่า จึงพยายามติดต่อไปยังเจ้าของห้องชุดดังกล่าว แต่ก็เงียบไม่มีคำตอบ ทั้งที่ตนเองก็พร้อมจ่ายค่าไฟ ค่าน้ำ ที่อ้างว่ายังไม่จ่ายรวม 8,500 บาท ที่เจ้าของห้องคู่สัญญาอ้างบอกยกเลิกที่ไม่เป็นธรรม และเจ้าของคู่สัญญายังมีการไปทำกุญแจห้องใหม่ เพื่อไม่ให้ตนเองเข้าไปอาศัยอยู่ในห้องดังกล่าวได้อีก
“หลังที่ตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง และเข้ารับการรักษามาต่อเนื่องนานกว่า 5-6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มมีอาการดีขึ้น และก็มีการส่งจ่ายค่างวดตามสัญญาไม่เคยขาด และจะกลับเข้าไปอยู่ห้องดังกล่าว เพื่อเดินทางไปอาศัยหาทำงานเลี้ยงชีพและครอบครัวตนเอง หวังจะใช้เป็นที่อยู่อาศัยไปประกอบอาชีพอยู่ที่กรุงเทพฯต่อไปได้ แต่เจ้าของห้องชุดดังกล่าวมาบอกเลิกสัญญาเอาเปรียบกันแบบง่ายๆ แบบนี้ และพยายามติดต่อไปทางญาติเจ้าของห้องคู่สัญญา ก็ยังไม่มีคำตอบและยึดห้องที่ตนเองทำสัญญาซื้อไว้ไปแบบนี้ รวมทั้งเข้าแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก ท้องที่เกิดเหตุเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2566 ที่ผ่านมา จนปัจจุบันทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังไม่แจ้งความคืบหน้ามาให้ทราบได้ ซึ่งตนเองอยากขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย”
ก่อนที่จะเดินทางไปร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมที่ อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และที่สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภคจังหวัดชัยภูมิ เบื้องต้นก็มีการแนะนำให้ไปปรึกษาอัยการ ก็แนะนำว่าให้จ้างทนายฟ้อง ที่ตนเองฐานะชาวบ้านในครั้งนี้ ติดต่อทางทนายไปก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายค่าทนายที่จะต้องใช้เงินกว่า 70,000 บาท ที่ทั้งส่งงวดค่าห้องชุดตามสัญญาดังกล่าวไม่เคยขาด และยังจะต้องมาหาเงินไปฟ้องเองอีกหลายหมื่นบาท หลังที่เพิ่งรักษาอาการป่วยมะเร็งตนเองให้ดีขึ้น ก็ต้องมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มหนักอีก ขณะนี้จึงไม่รู้จะขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใด นอกจากนักข่าวสื่อมวลชนในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ในครั้งนี้ ช่วยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความเป็นธรรมในครั้งนี้ด้วย เพราะไม่รู้จะไปพึ่งใครได้อีกแล้ว
ก่อนที่เมื่อช่วงบ่ายวันเดียวกัน (10 ส.ค.66) ล่าสุด ทางสมาคมนักข่าวสื่อมวลชน จ.ชัยภูมิ ได้ประสานให้สาววัย 44 ปี ผู้เสียหายรายนี้ได้เดินทางเข้ายื่นเรื่องร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือ ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ แจ้งว่าได้รับเรื่องและจะได้ประสานคู่กรณีคู่สัญญารายนี้มาไกล่เกลี่ยเพื่อหาแนวทางออกในเรื่องนี้แล้ว ซึ่งทางฝ่ายผู้เสียหายไม่ได้ผิดสัญญาเช่าซื้อ และในส่วนที่มีค่าเสียหายที่เจ้าของสัญญาอ้างว่ามีการค้างค่าไฟ ค่าน้ำรวมกว่า 8,500 บาท ทางฝ่ายผู้ซื้อก็พร้อมจะจ่ายให้ และส่งต่อจนครบสัญญาเช่าซื้อได้ ทางเจ้าของห้องคู่สัญญาจะบอกเลิกสัญญาแบบนี้ไม่ได้ตามหลักกฎหมาย ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางออกนอกจากการใช้กระบวนการทางกฎหมายมาฟ้องร้องกัน ซึ่งยังมีแนวทางออกที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดชัยภูมิ ในการนัดเป็นตัวกลางมาไกล่เกลี่ยพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อหาทางออกร่วมกันได้ไม่ยากต่อไปได้

