จบด้วยดี คลายปมพระเณรออกจากวัดกลางดึกให้จำพรรษาต่อที่เดิม เจ้าอาวาสยอมลาออก
เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่มีพระสงฆ์และสามเณร จำนวนประมาณ 8 รูป พร้อมเด็กวัด เดินอยู่บนถนนเส้น 304 มุ่งหน้าขาเข้ากรุงเทพมหานคร โดยแต่ละรูปได้ถือสิ่งของเครื่องใช้ประจำตัวมาตามถนน พร้อมทั้งบาตร พัดลมและสัมภาระส่วนตัว เดินทางออกจากวัดกลางดึกไปตามถนนสาย 304 บริเวณใกล้เคียงหน้าตลาดเขาหินซ้อน เมื่อคืนวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา
ล่าสุดเมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (10 สิงหาคม) พระครูปริยัติธรรมกิจ รองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยพระครูสุตวรญาณ เจ้าคณะอำเภอพนมสารคาม พระครูสิทธิธรรมธารี เจ้าคณะตำบลเขาหินซ้อน เดินทางลงพื้นที่สำนักวิปัสนาแสงธรรมคีรี หมู่ 11 ต.เขาหินซ้อน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมทั้งตรวจสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องที่พระนพดล สุชาโต ได้ทำหนังสือร้องเรียนให้พิจารณาดำเนินการแก่พระไพศาล วิสาโล ในฐานะหัวหน้าคณะสงฆ์สำนักวิปัสสนาแสงธรรมคีรี เกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสม ที่เป็นปัญหากันภายใน พระครูสิทธิธรรมธารี เจ้าคณะตำบลเขาหินซ้อน จึงออกหนังสือลงวันที่ 9 สิงหาคม เรื่องการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงระหว่างพระไพศาล วิสาโล และพระนพดล สุชาโต โดยที่ประชุมลงมติให้ พระนภดล สุชาโต พระวายิ และพระอนุศักดิ์ ให้กลับวัดต้นสังกัด
สำหรับการประชุมพร้อมสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ ที่มีรองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะอำเภอพนมสารคาม เจ้าคณะตำบลเขาหินซ้อน พร้อมพระผู้ใหญ่ ปลัดอำเภอพนมสารคาม ตำรวจ ส่วนราชการ ที่ตอนแรกแลจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ด้วยพระทั้ง 3 รูปถูกกดดัน ในประเด็นทำไมพากันออกจากวัดกลางดึกจนเป็นข่าว ด้านพระนพดล จึงพยายามให้เหตุผลว่า ก็ถูกไล่ กระทั่งสามารถพูดกันในระหว่างพระสงฆ์ ถึงปัญหาภายในสำนักสงฆ์ โดยมีข้อสรุปพร้อมเซ็นต์ชื่อตกลงกัน โดยให้พระนพดลและพระอีก 2 รูป จำพรรษาอยู่ที่สำนักวิปัสนาแสงธรรมคีรีต่อไป แต่ห้ามออกไปบิณฑบาตนอกพื้นที่ หรือหากไปกิจใดๆ ต้องรายงานผู้ปกครองสงฆ์ขณะนั้น ส่วนพระไพศาล วิสาโล ในฐานะเจ้าอาวาสสำนักวิปัสสนาแสงธรรมคีริรูปปัจจุบันได้ขอลาออก แล้วให้เจ้าคณะตำบลเขาหินซ้อนรักษาการเจ้าอาวาสจนกว่าจะมีคำสั่งแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ไปก่อน
ด้านในส่วนของสามเณร 5 รูปนั้น พระครูปริยัติธรรมกิจ รองเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับสามเณรทั้งหมดไปอยู่ในความดูแล พร้อมจัดให้ศึกษาต่อยังวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ อ.เมืองฉะเชิงเทรา ซึ่งมีสำนักสงฆ์ที่สอนเรียนบาลีอยู่แล้ว โดยจะได้มีการติดต่อพูดคุยไปยังผู้ปกครองของสามเณรทั้งหมดก่อนอีกครั้ง ว่าติดปัญหาและอุปสรรคใดๆ หรือไม่

