หน้าแรก ภูมิภาค ลุงหวิดสูญเงิ...

ลุงหวิดสูญเงินแสน โชคดีเมียเก็บเงินไว้ รอดจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาแจ้งพัวพันคดียาเสพติด

14.08.23 | 20:28 น.

ลุงหวิดสูญเงินแสน โชคดีเมียเก็บเงินไว้ รอดจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาแจ้งพัวพันคดียาเสพติด

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม  ร้านนราการเบาะ ตั้งอยู่เลขที่ 330 หมู่ที่ 6 ตำบลคลองขุด อำเภอเมือง จังหวัดสตูล นายจรงค์ หนูช่วย วัย 75 ปี พร้อมภรรยา คือนางเยาวนารถ หนูช่วย อายุ 67 ปี สองสามีภรรยานำคลิปที่แก้งค์คอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นกลลวงให้หลงเชื่อ เกือบจะสูญเงินหลักแสนบาทให้นักข่าวดู

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อคุณลุงจรงค์ วัย 75 ปี ขณะนั่งทำเบาะให้ลูกค้าเหมือนเช่นทุกวันที่ร้านเพียงลำพัง จู่ ๆ มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นและบอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก ท้องที่จังหวัดสุโขทัย อ้างว่าคุณลุงจรงค์ มีชื่อพัวพันกับกลุ่มยาเสพติดที่เปิดบัญชีซื้อขายยา ซึ่งสร้างความตกใจให้กับคุณลุงจรงค์เป็นอย่างมาก ก่อนที่จะมีการแลกเปลี่ยนไลน์กันเพื่อพูดคุย

จากนั้นคนร้ายที่สวมรอยเป็นตำรวจได้สอบถามถึงสมุดบัญชีธนาคารว่ามีของธนาคารกรุงศรีหรือไม่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ลุงจรงค์ตอบทันควันว่าไม่ แต่มีของธนาคารอื่น2 ธนาคาร และได้ถ่ายรูปหน้าปกธนาคาร ทั้ง 2 เล่มให้ ( มีเงินในบัญชีเพียง 400 กับ 500 บาท) พร้อมแนบบัตรประชาชน ตามที่คนร้ายต้องการส่งไปให้ กลับถูกข่มขู่พร้อมส่งรูปบุคคลที่ถูกจับกุมได้และซัดทอดว่าลุงใช้ให้ไปเปิดบัญชีเพื่อโอนเงินค่ายาเสพติด ที่มีตราโลโก้คล้ายกับตำรวจให้ดู ยิ่งสร้างความกลัวและตกใจให้กับลุงเป็นอย่างมาก

และขอให้ลุงรีบมาดำเนินการในท้องที่สุโขทัยเพื่อจ่ายค่าปรับ ในจำนวนเงิน 2 แสนบาท มิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดีทันที คุณลุงบอกไปว่าไม่มีเงิน คนร้ายจึงบอกว่าถ้าหากจะให้ช่วยเรื่องคดี เพื่อไม่ให้ยุ่งยากก็ให้โอนมา 1 หมื่นบาทก็ได้ เป็นการช่วยในเบื้องต้นโดยไม่ต้องเดินทางมา

Advertisement

ขณะนั้นคุณลุงเริ่มใจอ่อนและพร้อมจะโอนเงินให้ตามที่คนร้ายร้องขอ เพื่อให้คดีจบ ๆ ไป แม้พยายามจะบอกคนร้ายว่าลุงก็มีลูกชายเป็นตำรวจ ตำแหน่งสารวัตรด้วยเหมือนกัน แต่ ดูเหมือนจะไม่ได้รับความสนใจจากแก๊งคนร้ายดังกล่าวแต่อย่างใด ( กลับยอกย้อนว่าเงินแค่นี้มีลูกเป็นตำรวจไม่มีเหรอ) ด้วยการที่ไม่อยากจะเดินทางขึ้นไปเคลียร์ที่จ.สุโขทัย จึงคิดที่จะยินยอมจ่ายเงิน 1 หมื่นบาทให้คนร้าย แต่ในตัวลุงเองไม่มีเงิน จึงขอเวลาคนร้ายว่าขอไปยืมเงินจากญาติก่อน

จากนั้นจึงไปขอเงินภรรยา คุณป้าเยาวนารถ วัย 67 ปี และเล่าเรื่องทั้งหมดให้ภรรยาฟัง คุณป้ารู้ทัน และบอกว่า ถูกเข้าแล้ว ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกเข้าแล้ว เหมือนกับที่เป็นข่าวในทีวี และในสื่อโซเซียลอยู่ทุกวัน จึงเก็บโทรศัพท์ของลุงมาดำเนินการเอง โดยไม่ให้รับโทรศัพท์อีก หลังคนร้ายพยายามติดต่อมาเพื่อขอเงิน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงรีบไปแจ้งความที่สภ.เมืองสตูล เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งและบอกว่า คดีแบบนี้มีเยอะ และเหตุยังไม่เกิด แต่พวกตนมองว่าอยากจะเตือนภัยสังคมให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่มุ่งเป้าไปที่ผู้สูงอายุ สร้างความตกใจ และหวาดกลัว

นายครรชิต  ชุมขวัญ ผู้นำในชุมชนที่ 2 ป้า ลุงอาศัยอยู่ (สท.ทต.คลองขุด) เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้ อยากให้เป็นการเตือนภัยสังคมที่มาในทุกรูปแบบ ไม่เลือกเด็กหรือผู้สูงอายุ วันนั้นถ้าลุงแกมีเงินอยู่ในตัว แกคงโอนให้คนร้ายไปแล้วเพราะด้วยความหวาดกลัว และตกใจว่ามีคนแอบอ้างทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง แต่นี่เงินอยู่ที่ภรรยาทำให้รอดมาได้อย่างหวุดหวิด