พ่อแม่ใจสลาย เด็กน้อยวัย 3 ขวบ หายจากบ้าน สุดท้ายพบเป็นศพในแม่น้ำ
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม นายวรายุทธ ค่อมบุญ นายอำเภอแม่จัน จ.เชียงราย ได้มอบหมายให้ นายวุฒิฑฌ์ แก้วใส หัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นำกำลังสมาชิก อส. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารพราน หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมการออกติดตาม ค้นหา ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ปี ซึ่งหายออกพักในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในหมู่ที่19 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ช่วงเวลาประมาณเที่ยงของวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมา
นายอาซา อายุ 51 ปี และนางอาซึมิ พ่อและแม่ของด.ช.เอ ที่ได้หายจากบ้านระบุ ว่า ไม่ทราบแน่ชัดในช่วงเวลาที่บุตรชายหายไป แต่ช่วงเย็นของวันที่ 15 สิงหาคม ที่ผ่านมา ก็ไม่พบตัวบุตรชายแล้ว จึงได้แจ้งผู้นำหมู่บ้าน และชาวบ้านออกค้นหา แต่เนื่องจากสภาพหมู่บ้านเป็นพื้นที่ป่าเขาประกอบกับมีฝนตกลงมา เจ้าหน้าที่จึงได้ยุติการค้นหาในช่วงเวลากลางคืน
กระทั่งเช้าวันนี้เจ้าหน้าที่ จึงได้มีการจัด เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายปกครอง อส.ทหารพราน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้นำหมู่บ้านและชาวบ้าน ภายในหมู่บ้านช่วยกันออกค้นหา จนกระทั่งไปถึงบริเวณสะพาน ข้ามแม่น้ำท้ายหมู่บ้าน ได้พบร่าง ของเด็กน้อยจมอยู่ในแม่น้ำ ในลำธารห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลเมตร
ทั้งที่เมื่อวานนี้ได้มีการมาค้นหาที่ลำธารแห่งนี้แล้ว หลายครั้ง โดยไม่พบร่างของของ ด.ช. เอ แต่เช้านี้กลับพบร่างอยู่ในลำธาร ซึ่งน้ำในลำธารอยู่ในลักณะตื้นเขิน ไม่สามารถพัดพาร่างของเด็กมาได้ และยังพบมีแผลที่บริเวณกกหู และข้อมือ ทางด้านซ้าย โดยในเบื้องต้นทางผู้ปกครองได้ติดใจเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิต โดยได้ให้ทางแพทย์นิตอเวช โรงพยาบาลแม่จัน ทำการชันสูตร เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง
พ.ต.อ.ทรรศ์ธนสรณ์ จุฑารัตน์ ผกก.สภ.แม่จัน เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ที่พบร่างของ ด.ช.เอ พบมีร้องรอยบาดแผล จึงได้มีการส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติเวช โดยเจ้าหน้าที่มีความเห็นว่า ร่องรอยแผลเกิดจากการถูกกิ่งไม้หรือก้อนหินทำให้เกิดรอยถลอกไม่ได้เกิดจากการทำร้ายร่างกาย ซึ่งคาดว่าเกิดจากการถูกน้ำป่าพัดเนื่องจากตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง และเด็กอาจจะพลัดตกจากเนินเขาใกล้บ้าน ก่อนจะถูกน้ำพักตกในลำธารซึ่งมีน้ำเชี่ยวทำให้มาพบร่างบริเวณจุดเกิดเหตุ แต่อย่างไรก็ตามจะได้รอการยืนยันอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

