น.ร.หญิง ม.3 ถูกกระบะทับร่างดับ ก่อนซิ่งหนี สลด ตอนถูกชน ผลักหลาน 2 ขวบ กระเด็นรอดหวุดหวิด ประกันช่วยค่าทำศพเบื้องต้น 2,000 แม่ร่ำไห้ เรียกร้องคนขับมาขอขมาศพลูกสาว ด้านคนขับ ดอดเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว โดนตั้ง 4 ข้อหาหนัก รับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา
เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้าสีขาว รุ่นรีโว่ ทะเบียนกรุงเทพมหานคร เฉี่ยวชนรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ซึ่งมี น.ส.ภาสินี สังข์ทอง อายุ 15 ปี เป็นผู้ขับขี่และมี ด.ญ.ต้องตา อายุ 2 ขวบหลานสาวของ น.ส.ภาสินี นั่งซ้อนท้ายมาด้วย ซึ่งรถกระบะได้เฉี่ยวชนรถ จยย.ล้มลงแล้วทำให้ร่างของ น.ส.ภาสินี กระเด็นเข้าไปใต้ท้องรถกระบะ
จากนั้น รถกระบะได้ทับบริเวณร่างส่วนบนของ น.ส.ภาสินี เสียชีวิตคาที่ ส่วน ด.ญ.ต้องตานั้น น.ส.ภาสินี ได้ผลักกระเด็นออกไป ทำให้รอดชีวิตหวุดหวิด
จากนั้น รถกระบะได้ขับหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยมีรถ จยย.ของพลเมืองดีขี่ไล่ติดตามไปแต่ไม่ทัน แต่ว่ากล้องหน้ารถ จยย.สามารถบันทึกภาพรถยนต์คันที่ก่อเหตุไว้ได้ และได้นำเอาภาพไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก เพื่อให้ช่วยกันแชร์ติดตามรถกระบะคันก่อเหตุ มีการแชร์ไปยังเพจต่างๆ จำนวนมาก และพลเมืองดีได้นำเอาคลิปภาพไปมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.กันทรลักษ์ เพื่อติดตามจับกุมรถคันก่อเหตุต่อไป เหตุเกิดที่บริเวณวงเวียนศาลหลักเมือง ต.หนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เวลา 19.19 น.ที่ผ่านมา
นายรักษ์ อายุ 34 ปี พลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์และขี่รถ จยย.ไล่ตามรถกระบะคันก่อเหตุ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนขี่รถ จยย.เพื่อจะไปหาซื้อของใช้ และได้มาพบเหตุการณ์รถกระบะชนกับรถ จยย. ตนจึงได้ขี่รถ จยย.ไล่ติดตามไป โดยรถคันก่อเหตุได้ขับรถหลบหนีไปอย่างรวดเร็วมากมุ่งหน้าไปทางตัวเมืองศรีสะเกษ แต่ว่ารถ จยย.ของตนคันเล็กไม่สามารถไล่ติดตามได้ทัน ทำได้เพียงบันทึกภาพรถยนต์ไว้เป็นหลักฐานและได้ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.กันทรลักษ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย และตนได้นำเอาคลิปภาพไปโพสต์ในเฟซบุ๊ก เพื่อต้องการให้สื่อโซเชียลช่วยกันแชร์ติดตามรถคันก่อเหตุให้มารับผิดชอบค่าเสียหายที่เกิดขึ้นที่ทำให้น้องผู้หญิงต้องเสียชีวิตอย่างน่าอนาถและหลานสาวอายุ 2 ขวบได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้
ต่อมาช่วงบ่ายของวันที่ 23 สิงหาคม พ.ต.ต.โฆษิต ยอดศรี สว.(สอบสวน) สภ.กันทรลักษ์ เจ้าของคดีนี้ได้รับการประสานงานจาก นายสิทธิศักดิ์ ชาว อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เจ้าของรถกระบะคันก่อเหตุและเป็นผู้ขับรถว่า มีความประสงค์จะเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ซึ่งนายสิทธิศักดิ์ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัย และได้นำรถกระบะที่เกิดเหตุมามอบให้พนักงานสอบสวนได้ทำการตรวจสอบสภาพรถด้วย

จากการตรวจสอบพบว่า บริเวณซุ้มล้อหน้าด้านขวามีรถเฉี่ยวชน และบริเวณล้อหลังขวามีร่องรอยคล้ายกับคราบเลือดและคราบน้ำมันติดอยู่ ซึ่ง พ.ต.ต.โฆษิต ยอดศรี สว.(สอบสวน) สภ.กันทรลักษ์ ได้รายงานให้ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ทราบ และได้ทำการสอบปากคำนายสิทธิศักดิ์ ซึ่งพนักงานสอบสวน ได้ตั้งข้อหากับนายสิทธิศักดิ์ว่า ขับรถโดยประมาทหวาดเสียวเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ขับรถโดยประมาทหวาดเสียวเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทรัพย์สินเสียหาย เฉี่ยวชนแล้วหลบหนี รวม 4 ข้อหา ซึ่งนายสิทธิศักดิ์ ได้ให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน นางศิริเนตร อายุ 52 ปี แม่ของ น.ส.ภาสินี หรือน้องส้ม ที่เสียชีวิตอย่างน่าอนาถ ได้นำศพของ น.ส.ภาสินี มาตั้งศพบำเพ็ญกุศลที่วัดศิริวราวาส ต.น้ำอ้อม อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ บรรยากาศเป็นไปอย่างเศร้าโศก มีญาติพี่น้องและเพื่อน น.ร.ที่เรียนร่วมชั้น ม.3 ด้วยกันและคณะครู มาร่วมไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง
นางศิริเนตรกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 22 สิงหาคม น้องส้มมาบอกกับตนว่า จะออกไปหาซื้อของกิน โดยได้นำน้องต้องตา หลานสาวอายุ 2 ขวบ นั่งซ้อนท้ายรถ จยย.ไปด้วย ต่อมาตนได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนของน้องส้มว่า น้องส้มลูกสาวของตนโดนรถชนเสียชีวิตคาที่ ทำให้ตนถึงกับช็อกเสียใจมาก เนื่องจากว่า น้องส้มเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียนหนังสือ หลังจากเลิกเรียนทุกวันแล้วก็จะไปทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟที่ร้านหมูกระทะ เพื่อหารายได้มาช่วยเหลือครอบครัว มีรายได้วันละ 150 บาท แต่ตนไม่รับเงินจากน้องส้ม ให้เก็บเงินไว้เรียนหนังสือ
นางศิริเนตรกล่าวต่อว่า ซึ่งในวันนี้ (23 สิงหาคม) ได้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันภัยรถกระบะคันเกิดเหตุโทรศัพท์มาหาตน แจ้งว่าจะขอเจรจาค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งตนตอบไปว่า ขณะนี้ตนไม่มีสติที่จะสามารถเจรจาเรื่องอะไรได้ และให้ไปเจรจากับน้องสาวของตนแทน โดยทางบริษัทประกันภัยแจ้งว่า จะช่วยเหลือค่าทำศพเบื้องต้น จำนวน 2,000 บาท ซึ่งตนไม่ได้ติดใจเรื่องนั้น แต่ว่าตนต้องการให้คนขับรถชนน้องส้มเสียชีวิตมากราบขอขมาน้องส้ม เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันอีกต่อไป ตนขอขอบคุณ พ.ต.อ.นรินทร์ บุพตา ผกก.สภ.กันทรลักษ์ ที่ได้เข้ามาให้การช่วยเหลือดูแลให้ความเป็นธรรมในเรื่องนี้อย่างเต็มที่


