หอการค้าภูเก็ต แทคทีมธุรกิจ ชงนายกฯดันบิ๊กโปรเจ็กต์โครงสร้างพื้นฐาน แก้รถติด ปัญหาต่างชาติแย่งอาชีพ
เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 นายก้องศักดิ์ คู่พงศกร ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ภาคเอกชนแทคทีมนำเสนอนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์การท่องเที่ยวแผนงานการพัฒนาจังหวัดภูเก็ต
หอการค้าจังหวัดภูเก็ตเน้นเรื่องโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ที่เป็นปัญหาเร่งด่วนที่เป็นปัญหาหนักในจังหวัดภูเก็ต คือ เรื่องการคมนาคม ทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ปัญหาของภูเก็ต ทางบกคือ ปัญหาการจราจรติดขัด ได้เสนอผ่านกรมทางหลวงแขวงทางหลวงไปมากมายในโครงการสำคัญ คือ สร้างถนนเส้นใหม่ เป็นเหมือนทางด่วนจากสนามบินภูเก็ตวิ่งตรงเข้ากะทู้ มีส่วนต่อขยายเกือบปลายทางออกไปทางบายพาส จากนั้นที่กะทู้จะมีอุโมงค์ป่าตอง ทะลุเข้าไปป่าตอง ถ้าได้ถนนเส้นนี้มาจะช่วยระบายรถในภูเก็ตได้เป็นอย่างดี
โครงการที่เกี่ยวกับถนนอีกโครงการ คือการทำจุดตัดที่สนามบินเป็นการเบี่ยงรถยนต์ไปอีกสายหนึ่ง จะลดความแออัดของการใช้ถนนเทพกระษัตรี ซึ่งถนนเส้นใหม่จะเป็นทางด่วนที่ต้องจ่ายเงินถ้าเบี่ยงไปอีกทางหนึ่งได้จะเป็นการดี
ส่วนทางอากาศ คือ การเชื่อมโยงทางอากาศ ตอนนี้สนามบินภูเก็ตเต็มแล้ว นายกรัฐมนตรีเข้าใจพยายามผลักดันประกาศในเรื่องสนามบินให้ในการสร้างแห่งที่ 2 ที่จังหวัดพังงาเป็นข่าวดีมากไม่ไกลจากสนามบินภูเก็ต
สนามบินภูเก็ตแห่งที่ 2 ที่จังหวัดพังงา ภาคเอกชนเห็นว่าอยู่ใกล้กันมาก ทำให้การจราจรทางอากาศได้ยาก พอแก้ไขที่สามารถทำให้เกิดขึ้นได้ต้องใช้ระบบเทคโนโลยีนำร่องที่ทันสมัยมากๆ ราคาแพงในการลงทุน ส่วนทำเลมีความเหมาะสมจะได้ซัพพอร์ตซึ่งกันและกันระหว่าง 2 สนามบิน ยกตัวอย่างสนามบินภูเก็ตที่ผ่านมา เกิดรันเวย์มีปัญหา ทำให้การจราจรแออัด เครื่องบินลงไม่ได้
โชคดีที่สามารถแก้ปัญหาได้ ภายใน 2-3 ชั่วโมง แต่ถ้าแก้ไขไม่ได้จะเป็นเส้นทางที่เป็นช่องทางเดียวที่ผู้โดยสารทั้งไทยและต่างชาติบินเข้ามาท่าอากาศยานภูเก็ตถ้าปิดไป 1 อาทิตย์จะหมดลมหายใจกัน นักท่องเที่ยวจะหายไปจากภูเก็ตและพังงา รวมถึงจังหวัดข้างเคียง จึงต้องมีสนามบินแห่งที่ 2 ใกล้กันเพื่อ support ซึ่งกันและกัน
ส่วนทางน้ำ คือ เชื่อมโยงทางน้ำ เรื่องท่าเรือเฟอร์รี่ที่อ่าวปอ ถ้ามีท่าเรือเฟอร์รี่ที่จะขนรถขึ้นเรือไปที่เกาะยาวพังงาและคลองท่าเลน กระบี่ ถ้าทำได้จะย่นระยะเวลาการเดินทางเหลือประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 2 ชั่วโมง
นอกจากนี้ เรื่องความยั่งยืนสิ่งแวดล้อม การจัดการน้ำ การจัดการขยะ การขาดแคลนน้ำเป็นปัญหาเร่งด่วนที่เสนอ ซึ่งคิดกันมาหลายปีเสนอจนโครงการไปรอรับการจัดสรรงบประมาณเท่านั้น คือโครงการผันน้ำจากพังงามาภูเก็ต เป็นระยะสั้น เอาน้ำจากพังงาเข้ามาจะช่วยได้ 10 ปี ในเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีรับปากว่าการขาดแคลนน้ำเป็นเรื่องเร่งด่วน
ในโครงการน้ำ ระยะยาว อยากได้น้ำจากท้ายเขื่อนรัชชประภา จ.สุราษฎร์ธานี ผันน้ำมาภูเก็ต ระหว่างรายทาง จะได้รับอานิสงส์มาตลอดเส้นทางที่ผ่าน ทั้งภูเก็ต พังงา กระบี่
อีกโครงการหนึ่งที่นายกรัฐมนตรีสนับสนุน คือ การศึกษา ซึ่งเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ในการที่จะให้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ ปัจจุบันมีโรงเรียนเอกชน 12 แห่ง ทุกโรงเรียนเต็มมาก กำลังมีแผนเปิดเพิ่ม อีก 2-3 โครงการติดปัญหาในเรื่องวีซ่าผู้ปกครองของเด็ก และติดปัญหาวีซ่าคุณครู ซึ่งนายกรัฐมนตรีเข้าใจและรับปากผลักดันให้
ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวการพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ท่านบอกว่าจะให้ภูเก็ตเป็นแหล่งรายได้ของประเทศอีกแหล่งหนึ่ง ที่ทำให้ชัดเจนในอดีตทำรายได้ 450,000 ล้านบาท ถ้าโครงสร้างพื้นฐานและข้อกฎหมายที่ติดขัดต่างๆ ถูกแก้ไขทั้งหมด เชื่อว่าภูเก็ตจะเติบโตสามารถสร้างรายได้เป็น 1 ล้านล้านบาทได้ในอนาคตอันใกล้ รวมถึงจะมีการกระจายการท่องเที่ยวความเจริญไปยังเมืองรอง ไปยังจังหวัดข้างเคียงได้ จะได้รับประโยชน์กัน เป็นคลัสเตอร์กลุ่มจังหวัดด้วยกัน
นายก้องศักดิ์กล่าวต่อไปว่า ในเรื่องการท่องเที่ยวไตรมาส 4 ปีนี้ ทางหอการค้าและ ททท. สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตมองตรงกันว่าปีนี้จะเป็นปีที่อาจจะดีกว่าปีก่อนโควิด การท่องเที่ยวปลายปีนี้ช่วง High Season การฟื้นตัวกลับมาอย่างน้อย 100% ปัญหาต่างๆ ที่เคยมีไม่ต้องรอ High Season ตอนนี้กลับมาหมดแล้วปัญหาเดิมที่เคยมีทำอย่างไรแก้ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้เดินต่อไปได้ เช่น รถติด ภัยแล้งขาดแคลนน้ำ แย่งงานแย่งอาชีพ เกิดจากต่างชาติบางกลุ่มเข้ามาทำงานในพื้นที่อย่างผิดกฎหมาย
ส่วนการขาดแรงงานในพื้นที่ยังมีแต่ได้บรรเทาลง เนื่องจากเรื่องเงินเดือนสวัสดิการต่างๆ เริ่มฟื้นคืนกลับมา 100% ทำให้แรงงานเริ่มไหลกลับเข้ามาในส่วนการท่องเที่ยวและภาคการศึกษา แรงงานจังหวัดเร่งเครื่องประชาสัมพันธ์หาแรงงานทดแทนทำให้ผ่อนคลายไประดับหนึ่ง
ส่วนการปรับขึ้นค่าแรง 600 บาท ที่พรรคเพื่อไทยหาเสียงไว้ ภาคเอกชนมองว่าวันหนึ่งก็ต้องไปถึง 600 บาท อาจจะไปแบบมียุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นแผนของเพื่อไทยอยู่แล้ว ที่จะค่อยๆ ขึ้นค่าแรง อาจจะไม่ขึ้นแบบพรวดพราด อีกทั้งจังหวัดภูเก็ตเองถ้ารวมเงินเดือนสวัสดิการทั้งหมดอาจจะแตะไปถึง 600-700 บาท แล้วถึงวันหนึ่งอาจกำหนดเป็น 600 ขั้นต่ำเลย บางอาชีพบางตำแหน่ง ผู้ประกอบการอาจจะปรับตัวไม่ทันไม่สามารถทำให้จ้างทุกคนได้ค่าแรง 600 บาทได้ อาจจะปรับตัวไม่ทันอาจกระทบเสียหายได้ ซึ่งมีภาคีในการปรับค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว ทั้ง 3 ฝ่ายจะต้องประชุมหารือกันให้มากถึงความเหมาะสม

