น้ำเขื่อนลำตะคองแห้งดินแตกระแหง ลดการปล่อยน้ำ วอนช่วยกันประหยัดการใช้น้ำ
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคณัสชนม์ ศรีเจริญ นายอำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง บริเวณช่วงสะพาน 2 บริเวณทุ่งหญ้าสันดอนดินท้ายเขื่อน หมู่ 13 บ้านท่างอย ต.จันทึก อ.ปากช่อง เพื่อประเมินสถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ เพื่อรายงานต่อ นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา หาแนวทางประกาศเป็นภัยพิบัติสภาวะภัยแล้ง เนื่องจากส่งผลกระทบต่อประชาชนที่ทำเกษตรกรรม ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และทำสวนผลไม้ ในพื้นที่ 12 ตำบล กว่า 80,000 ไร่ ตามที่ลงทะเบียนไว้กับเกษตรอำเภอปากช่อง
นายคณัสชนม์เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่ท้ายเขื่อนลำตะคอง ครั้งที่ 3 เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำที่ลดลงทุกวัน ถือว่าขั้นวิกฤตในรอบ 10 ปี ก็จะมีผลต่อเกษตรกรที่ทำไร่บริเวณเหนือเขื่อน และอยู่รอบเขื่อนกว่า 10 หมู่บ้าน ที่นำน้ำในเขื่อนขึ้นไปใช้ เพราะพื้นที่เก็บกักน้ำ 277,000 ไร่ พอน้ำลดกลายเป็นสันดอนทุ่งหญ้าหลายหมื่นไร่ กลายเป็นที่เลี้ยงสัตว์ของชาวบ้าน ซึ่งเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาในช่วงเดือนสิงหาคม ปีที่ผ่านมาน้ำมีมาก สาเหตุจากฝนทิ้งช่วงมายาวนานหลายเดือน ไม่มีน้ำจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถือเป็นแหล่งต้นน้ำไหลลงมาเข้าเขื่อน โดยนายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา มีความห่วงใยประชาชนและกลุ่มเกษตรกร ที่ใช้น้ำ ที่อยู่ใต้เขื่อน อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน อ.ขามทะเลสอ และเมืองนครราชสีมา
ด้านนายสุคนธ์ เต็มยศยิ่ง ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำตะคอง กรมชลประทาน กล่าวว่า เขื่อนลำตะคอง มีความจุน้ำเต็มที่ 314 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ปริมาณฝนตกลงมาด้านเหนือเขื่อนน้อยกว่าค่าเฉลี่ยมาก จึงทำให้ช่วงฤดูฝนปีนี้ตกน้อยมาก และน้ำที่ไหลลงเขื่อนน้อย น้ำในเขื่อนลดลงทุกวัน โดยเมื่อเวลา 06.00 น. เมื่อเช้าวันที่ 27 สิงหาคม วัดได้เหลือเพียง 130 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 42 เปอร์เซ็นต์ ส่วนปริมาณน้ำที่ใช้การได้ประมาณ 107 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 37 เปอร์เซ็นต์
ส่วนการปล่อยน้ำลงไปยังพื้นที่ใต้เขื่อน เพื่อใช้อุปโภค บริโภค เพื่อระบบนิเวศ อุตสาหกรรม และการเพาะปลูกจำนวน 120,000 ไร่ วันละ 500,000 ลูกบาศก์เมตร ก่อนนั้น ปล่อยวันละ 600,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ช่วงนี้มีฝนตกลงมาบ้างแล้ว จึงได้ลดการปล่อยน้ำลงเพื่อประหยัดน้ำในเขื่อน และขอความร่วมมือ ประชาชนทุกภาคส่วน และภาคเกษตรกรรมที่อยู่ด้านใต้เขื่อน ตั้งแต่สีคิ้ว สูงเนิน ขามทะเลสอ และเมือง ช่วยกันประหยัดการใช้น้ำ รวมทั้งเกษตรกรที่ปลูกข้าว และเก็บเกี่ยวเสร็จ ขอให้งดปลูกข้าวนาปี รวมทั้งปลูกพืชที่ใช้น้ำ เนื่องจากในช่วง 2 ปี คือปี พ.ศ.2566-2567 ก็ยังจะประสบปัญหาจากสภาวะเอลนิโญ และจะมีการประชุมปรับแผนการใช้น้ำในเขื่อนต่อไป




