พิษเอลนิโญ ทำนาข้าวไม่มีน้ำเพาะปลูก ต้องทิ้งร้างกว่า 5 พันไร่
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญ ทำให้พื้นที่ ต.วังหมัน อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ต้องประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้นาข้าวจำนวนกว่า 5,000 ไร่ต้องถูกทิ้งร้างปล่อยหญ้าขึ้นปกคลุม เพราะไม่มีน้ำเพียงพอที่จะทำการเพาะปลูกได้ เนื่องจากพื้นที่ในแถบนั้นเป็นพื้นที่ที่อยู่สุดขอบของเขตชลประทานที่ถ้าไม่มีน้ำมากพอก็จะไม่เหลือมาถึงในส่วนปลายคลองพื้นที่นี้ได้
จึงต้องอาศัยน้ำฝนในการเพราะปลูกเป็นหลัก โดยในพื้นที่ไม่มีฝนตกพอที่จะได้น้ำใช้มานานกว่า 6 เดือนแล้ว ทำให้ไม่สามารถปลูกข้าวได้ตามภาพที่ปรากฏ โดยชาวบ้านทำได้เพียงภาวนาให้มีพายุหรือร่องมรสุมแรงพอที่จะมีฝนตกหนักให้ได้น้ำทำนาได้ทันเดือนกันยายน ก่อนที่จะเข้าสู่หน้าหนาวเดือนพฤศจิกายน
ขณะที่สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มภาคกลางวันนี้ยังคงน่าเป็นกังวล ระดับน้ำเหนือเขื่อนยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานกักเก็บ 16.50 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยวันนี้ (28 ส.ค.) เข้าสู่เดือนที่ 9 หรือวันที่ 262 (ระดับ 16.50 ม.รทก.ครั้งล่าสุด 10 ธ.ค.65)
ซึ่งล่าสุดวัดได้ 14.46 ม.รทก.ลดลงจากเมื่อวาน ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลจากเหนือเขื่อนผ่าน จ.นครสวรรค์ เข้ามาในอัตราลดลงต่อเนื่องล่าสุดวัดได้ 228 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนเองยังอยู่ในระดับต่ำ วัดได้ 5.21 ม.รทก.หลายจุด จนมีสันดอนทรายโผล่พ้นน้ำให้เห็นเป็นแนวอย่างชัดเจน สามารถเดินข้ามไปมา 2 ฝั่งได้ ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำจาก 60 ลบ.ม./วินาที เป็น 55 ลบ.ม./วินาที และยังคงเน้นการกักเก็บน้ำเหนือเขื่อนไว้สำรองใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก



