ฝนทิ้งช่วงนาน ชาวบ้านจำใจทิ้งที่นาเป็นทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ กว่าพันไร่
เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนิโญ ทำให้พื้นที่ ต.ไร่พัฒนา อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ต้องประสบกับภาวะฝนทิ้งช่วง ส่งผลให้พื้นที่การเกษตรกว่า 1,000 ไร่ ต้องถูกทิ้งร้างปล่อยหญ้าขึ้นปกคลุม เพราะไม่มีน้ำเพียงพอที่จะทำการเพาะปลูกได้ เนื่องจากพื้นที่ในแถบนี้อยู่สุดขอบของเขตชลประทาน และเป็นพื้นที่ดอนมีระดับสูง จึงต้องอาศัยน้ำฝนในการเพราะปลูกเป็นหลัก ซึ่งในพื้นที่ไม่มีฝนตกพอที่จะได้น้ำใช้มานานกว่า 6 เดือนแล้ว ทำให้ไม่สามารถปลูกข้าวได้ตามภาพที่ปรากฏ ชาวบ้านจึงต้องปล่อยพื้นที่ให้รกร้างปรับไปใช้เป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์แทน โดยชาวบ้านได้นำวัวลงแทะเล็มหญ้าที่ขึ้นปกคลุมซึ่งถือว่ายังพอใช้ประโยชน์จากพื้นที่ได้บ้าง โดยชาวบ้านบอกว่าพื้นที่ในแถบนี้ถ้าจะเพาะปลูกได้ ก็คงต้องหวังพึ่งน้ำฝน และต้องปลูกพืชใช้น้ำน้อยตระกูลพืชไร่เท่านั้นจึงจะพอได้เก็บเกี่ยวผลผลิต

ขณะที่สถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท กุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มภาคกลางวันนี้ยังคงน่าเป็นกังวล ระดับน้ำเหนือเขื่อนยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาตรฐานกักเก็บ 16.50 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยวันนี้ (29 ส.ค.) เป็นเดือนที่ 9 หรือวันที่ 263 (ระดับ 16.50 ม.รทก.ครั้งล่าสุด 10 ธ.ค.65) ซึ่งล่าสุดวัดได้ 14.46 ม.รทก.ลดลงจากเมื่อวาน ขณะที่ปริมาณน้ำที่ไหลจากเหนือเขื่อนผ่าน จ.นครสวรรค์ เข้ามาในอัตราทรงตัวต่อเนื่องล่าสุดวัดได้ 246 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนเองก็ลดระดับลงอีกเล็กน้อย วัดได้ 5.15 ม.รทก.หลายจุด จนมีสันดอนทรายโผล่พ้นน้ำให้เห็นเป็นแนวอย่างชัดเจน สามารถเดินข้ามไปมา 2 ฝั่งได้

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาปรับลดการระบายน้ำจาก 55 ลบ.ม./วินาที เป็น 50 ลบ.ม./วินาที และยังคงเน้นการกักเก็บน้ำเหนือเขื่อนไว้สำรองใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก เพราะคาดว่าฝนทิ้งช่วงจากปรากฏการณ์เอลนิโญอาจจะมีอิทธิพลลากยาวไปถึงกลางปีหน้า


