เด็กหญิงวัย 16 ปี ถูกรุมโทรม ครอบครัวร้องสื่อช่วย หลังคดีผ่านมากว่า 3 เดือน ล่าสุด ผอ.โรงเรียนชี้แจง ไม่อยากเป็นข่าวดัง กลัวเกิดผลกระทบกับเด็ก ขณะที่ตำรวจสรุปสำนวนคดีส่งให้อัยการแล้ว
กรณี 4 ผู้ต้องหาอายุ 20-27 ปี รุมโทรมเด็กหญิงอายุ 16 ปี เหตุเกิดตั้งแต่ 28 เมษายน ผู้ต้องหารับสารภาพหมด ตำรวจไม่จับบอกว่าไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จนถึงทุกวันนี้ ยังตั้งวงดื่มเหล้าน้ำท่อมกัน เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ผู้ต้องหาอยู่ละแวกบ้านน้องผู้เสียหาย) แถมญาติและพ่อแม่ฝั่งผู้ต้องหา คุกคามจนผู้เสียหายเข้าโรงบาลไปเป็นเดือนๆ ออกโรงพยาบาลมา ยังมายั่วยุพูดจาถากถาง แถมขู่จ้างทนายฟ้องกลับเพราะทำให้อับอาย พี่สาวหนึ่งในผู้ต้องหา พูดลั่นต่อหน้าผู้ใหญ่บ้าน นักข่าวสำนักไหนก็เอามาเลยไม่กลัวนั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าล่าสุดว่า เจ้าหน้าที่องค์กรช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ หรือ NRO ได้พาเด็กหญิงผู้เสียหาย พร้อมด้วยแม่ของเด็ก เดินทางไปที่ สภ.ห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อเข้าพบกับ พ.ต.อ.สิทธิพล ทิมสูงเนิน ผู้กำกับการ สภ.ห้วยแถลง ที่ห้องทำงานเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดี
โดย พ.ต.อ.สิทธิพลเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเรื่องขึ้น ทางครอบครัวของเด็กหญิงผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน และได้แจ้งดำเนินคดีข้อกล่าวหากับ 4 ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุแล้ว และพนักงานสอบสวนได้สรุปสำนวนคดีส่งเรื่องอัยการพิจารณาไปแล้วตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของอัยการ ส่วนกลุ่มผู้ต้องหาทราบว่าขณะนี้ได้มีการประกันตัวออกไปสู้คดี
พ.ต.อ.สิทธิพลกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การที่มีข่าวว่าครอบครัวของกลุ่มผู้ต้องหาได้มีการพูดจาเสียดสีหรือข่มขู่ครอบครัวของเด็กหญิงผู้เสียหายนั้น ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปพูดคุยกับครอบครัวของกลุ่มผู้ต้องหา ซึ่งหากทางครอบครัวของกลุ่มผู้ต้องหายังไม่หยุดพฤติกรรมดังกล่าว ทางตำรวจจะพิจารณาทำเรื่องขอถอนประกันตัวผู้ต้องหาต่อไป
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังนายอิสรา ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนที่เด็กหญิงผู้เสียหายเรียนอยู่
สอบถามกรณีที่มีข่าวว่า ทางโรงเรียนไม่อยากให้ครอบครัวเด็กหญิงเป็นข่าวดัง เพราะกลัวเสียชื่อเสียงของโรงเรียนนั้น ทางนายอิสรา ผู้อำนวยการโรงเรียนชี้แจงว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทางโรงเรียนไม่ได้กลัวเสียชื่อเสียงของโรงเรียนแต่อย่างใด แต่ทางโรงเรียนไม่อยากให้เป็นข่าวดังแพร่หลาย โดยเฉพาะการออกสื่อต่างๆ เพราะกังวลว่าข่าวที่ออกไปจะส่งผลกระทบกับตัวของเด็กหญิงผู้เสียหายเอง ทั้งกับกลุ่มเพื่อนในโรงเรียน และสังคมภายนอก
นายอิสรากล่าวต่อว่า หลังเกิดเรื่องขึ้นทางโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ความสนับสนุนช่วยเหลือครอบครัวของเด็กทุกอย่าง โดยได้สอบถามความคืบหน้ากับทางครอบครัวเด็กเรื่อยมา ทางโรงเรียนอยากให้กระบวนการทางกฎหมายลงโทษกลุ่มผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด ขอยืนยันว่า ทางโรงเรียนพร้อมให้ความช่วยเหลือตัวเด็กหญิงผู้เสียหาย และครอบครัวของเด็กอย่างดีที่สุด

