ส.ส.เพื่อไทยกาญจน์ จี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ปัญหาช้างป่าสลักพระ ออกหากินนอกพื้นที่
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 1 จังหวัดกาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตนได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายนิจสัย แสงทอง กำนันตำบลวังด้ง นายนคร ว่องวณิชชากร นายก อบต.วังด้ง นายวสัน สุนจิรัตน์ กำนันตำบลช่องสะเดา และ นายนิติกร แสงทอง สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลวังด้ง และ ตำบลช่องสะเดา อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ในเรื่องของปัญหาช้างป่าที่อาศัยอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ออกนอกพื้นที่มากินและทำลายพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ชาวบ้านเองก็ไม่รู้จะขอเงินเยียวยาจากใคร เพราะคู่กรณี คือช้างป่า
โดยเมื่อประมาณ 3 ปีที่ผ่านมา มีการสำรวจจำนวนช้างป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ พบว่า มีช้างป่าอยู่ประมาณ 200 ตัว แต่ปัจจุบันช้างป่ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว คือมีมากกว่า 400 ตัวแล้ว ซึ่งในปีนี้สถานการณ์ของช้างป่าน่าจะวิกฤตกว่าทุกๆ ปี เพราะมีปรากฏการณ์เอลนิโญ ส่งผลให้เกิดความร้อน และความแห้งแล้งมากกว่าปกติ แหล่งน้ำธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ และแหล่งอาหารของช้างป่ามีปริมาณลดน้อยลง เป็นเหตุให้ช้างป่าออกมาหากินพืชผลทางการเกษตร ตามบ้านเรือนในพื้นที่ชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระมากขึ้น
นายอัครนันท์กล่าวว่า แม้ว่าช้างป่าจะมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่พื้นที่ป่าเท่าเดิมหรือลดน้อยลง ทำให้อาหารและแหล่งน้ำไม่เพียงพอกับจำนวนช้างป่าที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อน้ำและอาหารไม่เพียงพอ ช้างป่าเลยต้องออกมาหาแหล่งอาหารในพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่ารอยต่อระหว่างเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระกับชุมชนใน ตำบลวังด้ง และตำบลช่องสะเดาอยู่เป็นประจำ จึงเป็นเหตุทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการออกหาน้ำและอาหารของช้างป่าเป็นอย่างมาก
นายอัครนันท์กล่าวว่า นอกจากปัญหาข้างต้นแล้ว ช้างป่ายังมีพฤติกรรมออกมาหาอาหารและแหล่งน้ำด้วยการเดินข้ามถนนสาย 3199 กาญจนบุรี-ศรีสวัสดิ์ เริ่มตั้งแต่ ต.วังด้ง ถึง บ้านหมอเฒ่า ต.ช่องสะเดา ในช่วงหัวค่ำไปจนถึงช่วงรุ่งเช้าของวันใหม่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถยนต์พุ่งชนช้างป่าอยู่บ่อยครั้ง สาเหตุเนื่องจากถนนสายดังกล่าวนั้นเป็นถนน 2 เลนสวนกันไปมาและที่สำคัญไม่มีไฟส่องสว่าง ทำให้ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะไม่สามารถมองเห็นช้างเดินข้ามถนนได้ในระยะไกล
ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายอย่างที่ผ่านมา ตนจึงมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างรั้วไฟฟ้าที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และเหมาะกับการใช้งานเพื่อป้องกันช้างป่าออกนอกพื้นที่ รวมถึงการเพิ่มไฟส่องสว่าง ตามแนวถนนสาย 3199 ทั้งสองฟากฝั่ง ตั้งแต่ตำบลวังด้งถึงตำบลช่องสะเดา ที่เป็นถนนเส้นหลักในการเดินทางของพี่น้อง ประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ ที่จะต้องใช้เส้นทางนี้ ทั้งช่วงกลางวันและในเวลากลางคืนเพื่อมุ่งหน้าไปท่องเที่ยวในเขตพื้นที่อำเภอศรีสวัสดิ์ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวเป็นที่นิยมอยู่เป็นจำนวนมาก
“ในฐานะที่เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรี จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาเร่งดูแลแก้ไขปัญหานี้อย่างเป็นระบบ อย่าปล่อยให้ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต้องมารับชะตากรรมเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอีกเลย”

