‘ปังชาเชียงราย’ ลูกค้าพุ่ง 3 เท่า หลังเจอโนติส 102 ล้าน รายการดังเชิญไปคุย เผชิญหน้าอีกฝ่าย

กระแส ‘ร้านปังชา’ พาลูกค้าตรึม หลังเจอโนติสเรียก 102 ล้าน

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีบริษัทรายใหญ่ส่งโนติสถึงผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งเป็น เจ้าของร้านปังชา น้ำชาเชียงราย ตั้งอยู่บนถนนพหลโยธินสายใน เทศบาลนครเชียงราย อ.เมือง จ.เชียงราย ให้ยุติการกระทำ อันเป็นการละเมิดเครื่องหมายการค้า พร้อมเรียกค่าเสียหาย 102 ล้านบาทถ้วน พร้อมกันนี้ขอให้ยุติใช้คำว่า “ปังชา” หรือ “Pang Cha” ล่าสุดพบว่า ร้านปังชา น้ำชาเชียงราย ยังเปิดให้บริการลูกค้าตามปกติตั้งแต่เวลา 17.00 น.เป็นต้นไป โดยเมื่อถึงเวลาจะมีการนำเก้าอี้และโต๊ะขนาดเล็กมาเสริมหน้าร้าน ส่วนภายในมีโต๊ะและเก้าอี้ตามปกติ

นายวีรชาติ เจ้าของร้าน นำพนักงานของร้านออกมาให้บริการ โดยสินค้าที่บริการมีทั้งชา กาแฟ นม น้ำผลไม้ ในรูปแบบต่างๆ ที่มีราคาย่อมเยา รวมทั้งขนมปัง ติ่มซำ ฯลฯ ซึ่งวันนี้พบว่าหลังเกิดกระแสข่าวดังกล่าวทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการมากขึ้น จนล้นออกมานอกร้าน ลูกค้าบางรายต้องนั่งรอคิวเพื่อรอรับประทานอาหาร ขณะที่ลูกค้าบางคนตั้งใจเดินทางมาอุดหนุนเพื่อให้กำลังใจร้านปังชา

Advertisement

นายหาญณรงค์ อายุ 37 ปี ลูกค้าชาว จ.เชียงราย กล่าวว่า ตนและครอบครัวเดินทางมาจาก อ.แม่สาย ซึ่งปกติจะเข้ามาทำธุระที่ตัวเมืองเชียงรายสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง พอเห็นข่าวว่าร้านปังชาเชียงรายถูกฟ้องกว่า 100 ล้านบาท จึงเดินทางมาอุดหนุนและให้กำลังใจ ตนเห็นว่าบริษัทเอกชนทำเกินไป จริงๆ แล้วคำว่าปังชาน่าจะใช้ได้กับทุกอย่าง คล้ายกับ “กะเพรา” ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะตั้งชื่อเป็นอะไร หากมีคนนำคำว่ากะเพราไปจดทะเบียนร้านขายกะเพราก็คงถูกฟ้องกันไปหมด สร้างความลำบาก

นายหาญณรงค์กล่าวอีกว่า จริงๆ แล้วร้านปังชาเชียงรายก็อยู่คนละจังหวัดและเปิดจำหน่ายอาหารกันคนละแนว ในฐานะผู้บริโภคอยากให้บริษัทเอกชนยกเลิกการฟ้องเรียกค่าเสียหาย เพราะต่างคนต่างทำมาหากิน ต่างคนต่างทำดีกว่า ซึ่งร้านที่ฟ้องก็เป็นบริษัทใหญ่โต แต่ร้านที่ถูกฟ้องเป็นร้านเล็กๆ เปิดขายตามริมถนนเท่านั้น หากเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้มีการฟ้องร้องกัน คนที่มากินที่ร้านแห่งนี้ลูกค้าชื่นชอบขนมหวาน หรืออาหารของทางร้าน อีกทั้งเปิดขายริมถนนคนก็เลยมากิน ไม่ได้เกี่ยวกับการใช้ชื่อปังชาแต่อย่างใด

นายวีรชาติกล่าวว่า กรณีที่จะมีการขอโทษนั้นตนไม่ขัดข้องใดๆ แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ซึ่งรายการโหนกระแสจะเชิญไปออกรายการ จะมีตัวแทนบริษัทมาคุยด้วย จะถือโอกาสนี้พบปะพูดคุยกัน แต่ยังไม่รู้ว่าจะพูดอะไรบ้าง ดูสถานการณ์ก่อน

นายวีรชาติกล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุพบว่าลูกค้ามาใช้บริการอย่างคับคั่ง มีลูกค้าเพิ่มถึง 3 เท่าตัว ทุกวันนี้มีลูกค้ามาไม่ต่ำกว่าวันละ 100-200 คน ซึ่งวันนี้ (31 ส.ค.) ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เปิดร้านมา ต้องขอบคุณทนายความและผู้ใหญ่ที่คอยให้คำแนะนำ ขอบคุณลูกค้าที่ทราบข่าวแล้วพากันมาอุดหนุน มาให้กำลังใจเยอะมาก ทั้งเดินทางมาที่ร้านและโทรศัพท์มาให้กำลังใจ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image