หน้าแรก ภูมิภาค โพลหาดใหญ่ ชี...

โพลหาดใหญ่ ชี้ ดัชนีความเชื่อมั่น ‘คนใต้’ ลดลง เหตุไม่มั่นใจ รบ.ผสมข้ามขั้ว นโยบายไม่แน่นอน 

1.09.23 | 13:27 น.

หาดใหญ่โพล ความเชื่อมั่นประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ต่อรัฐบาลใหม่ “ปรับตัวลดลง” หนี้สินครัวเรือน “พุ่ง” กำลังซื้อหด นโยบายไม่แน่นอน จากการผสมข้ามขั้ว “เผย” ทำงานรูปแบบเก่า ขับเคลื่อนเศรษฐกิจคนละทาง นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น “วอน” เร่งแก้ปัญหาค่าครองชีพ ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 1 กันยายน ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ ด้านเศรษฐกิจและสังคม 420 ตัวอย่าง พบว่าโดยรวมปรับตัวลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับเดือนกรกฎาคม

ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ

“ปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ ความชัดเจนของนโยบายในการดำเนินงานของรัฐบาลใหม่ ที่ยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจาก เป็นรัฐบาลผสมแบบข้ามขั้ว ที่ยังคงมีรูปแบบในการทำงานแบบเก่า เมื่อได้จัดสรรโควต้ารัฐมนตรีให้แต่ละพรรคแล้ว ต่างคนก็ต่างทำงาน ตามนโยบายและแนวทางพรรคตนเอง โดยไม่ได้เป็นรัฐบาลที่มีการบูรณาการ ในการทำงานร่วมกัน ซึ่งอาจทำให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคธุรกิจ และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อนโยบายรัฐบาล ว่าจะทำได้ตามที่ได้หาเสียงไว้หรือไม่” ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าว

ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า จากการสำรวจ พบว่า แนวโน้มหนี้ครัวเรือนสะสมสูงเกิน 80% ของ GDP ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อที่ลดลงของประชาชนอย่างชัดเจน ประชาชนจำนวนมากที่เป็นหนี้ และยังต้องการกู้เงินเพิ่ม เพื่อนำเงินไปชำระดอกเบี้ยและเงินต้นของหนี้เดิม โดยพฤติกรรมมีความแตกต่างจากในอดีตที่ประชาชนส่วนใหญ่กู้เงินเพื่อนำมาชำระค่าอาหารและสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ซึ่งจากพฤติกรรมของลูกหนี้ที่เปลี่ยนไป สะท้อนถึงปัญหาของหนี้ครัวเรือนที่รุนแรงมากขึ้น หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ย่อมส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ

Advertisement

ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ประชาชนภาคใต้ต้องการให้รัฐบาลใหม่รีบเข้ามาแก้ไขปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มจากการปรับลดค่าไฟฟ้า และค่าพลังงานแบบทันทีที่เข้ามาบริหารประเทศ ครัวเรือนจำนวนมากมีหนี้สิน ซึ่งเกิดในช่วงโควิด-19 ถึงแม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ได้คลี่คลายแล้ว แต่หนี้ครัวเรือนยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้น ทั้งจากแหล่งเงินกู้ในระบบและนอกระบบ คาดหวังให้รัฐบาลใหม่กำหนดนโยบายช่วยเหลือหนี้ครัวเรือนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด

ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือน เม.ย.66 ประชาชนต้องการให้รัฐบาลใหม่ออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ด้วย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนและพลิกฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ และมีความกังวลต่อการทำงานร่วมกันของรัฐบาลผสมข้ามขั้วที่มีนโยบายแตกต่างกัน โดยประชาชนต้องการให้รัฐบาลจัดทำ MOU ร่วมกันในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งเน้นประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ และต้องการให้รัฐบาลใหม่ดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือการช่วยลดค่าไฟฟ้าและพลังงาน การกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระบบ การช่วยเหลือราคาพืชผลทางการเกษตร การเพิ่มบำนาญผู้สูงอายุ และการเพิ่มสวัสดิการให้กับประชาชน