หน้าแรก ภูมิภาค สองสาวโอด เจอ...

สองสาวโอด เจอตร.บุกจับคากองสินค้า ข้อหาเลี่ยงภาษี โดนปรับ 16 ล้าน ยันแค่ลูกจ้าง แพคส่งออนไลน์

6.09.23 | 10:34 น.

สองสาวโอด เจอ ตร.บุกจับคากองสินค้า ข้อหาเลี่ยงภาษี โดนปรับ 16 ล้าน ยันแค่ลูกจ้าง แพคส่งออนไลน์

เมื่อวันที่ 6 ก.ย.66 ร.ต.อ.วัชรากร ชำนาญ รอง สว.กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ ปฏิบัติราชการที่ ศูนย์ปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาตำรวจภูธรภาค 3 (ศปลป.ภ.3) และ พ.ต.ต สามารถ อร่าม สารวัตร (สืบสวน) สภ.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน

นำหมายค้นของศาลจังหวัดบุรีรัมย์ ที่ 95/2566 เพื่อตรวจค้นบริษัท ทีอาร์เจบี อินเตอร์ เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เลขที่ 40 ม.7 บ้านโยนช้า ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ หลังสืบทราบนำสินค้าจากต่างประเทศมาจำหน่ายทางออนไลน์แบบหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้า

จากการตรวจค้นพบของกลาง จำนวน 5 รายการ ประกอบด้วย ชุดเสื้อผ้าเด็ก ที่มีแหล่งผลิตจากต่างประเทศ (ประเทศจีน) และนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย จำนวน 38,000 ชุด มูลค่า 4,180,000 บาท, คอมพิวเตอร์ แบบตั้งโต๊ะ ยี่ห้อ HP สีขาว จำนวน 1 เครื่อง, เครื่องพรินเตอร์ ยี่ห้อ EPSON สีดำ จำนวน 1 เครื่อง, แป้นพิมพ์ สีขาว จำนวน 1 ชิ้น และเมาส์สีดำ จำนวน 1 ชิ้น

พร้อมกับจับกุม น.ส.เปรมวิณี ยางนอก อายุ 24 ปี ชาว ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ และ น.ส.อารียา ยางนอก อายุ 22 ปี ชาว ต.บ้านด่าน อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นแอดมินและรับออเดอร์สินค้า แพคส่งให้กับลูกค้า

Advertisement

ส่วนบริษัท ทีอาร์เจบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มีผู้จดทะเบียน คือ นางธนาภา แลมเบอร์ตั้น อายุ 38 ปี และ น.ส.สุรัสวดี ยางนอก อายุ 28 ปี โดยทั้ง 2 คนอยู่ต่างประเทศ

สอบถาม น.ส.อารียา ยางนอก อายุ 22 ปี เล่าว่า บริษัทดังกล่าวเปิดกิจการมาได้ประมาณ 3 ปี จัดจำหน่ายทางออนไลน์ ตนเองเป็นแค่เพียงลูกจ้าง มีหน้าที่รับออเดอร์สินค้าและแพคสินค้าจัดส่งเท่านั้น ได้รับเงินเดือน เดือนละ 10,000 บาท ซึ่งจะจำหน่ายชุดละ 110 บาท รวมค่าจัดส่ง ส่วนสินค้าจะเสียภาษีทางศุลกากร หรือไม่ตนเองไม่ทราบ

ทั้งนี้จากข้อมูลตำรวจชุดจับกุม เปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าว มีเงินหมุนเวียนในบัญชี เดือนละ 4-5 ล้านบาทต่อเดือน

เบื้องต้นตำรวจชุดจับได้นำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน นำส่ง พ.ต.ท.วิเชียร พรหนองแสน สารวัตร (สอบสวน) สภ.บ้านด่าน ในฐานความผิด “ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ จำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดย หลีกเลี่ยงอากรข้อห้ามหรือข้อจำกัด มีความผิดต้องระวางโทษปรับ เป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้ให้การปฏิเสธ

สำหรับของกลาง คือ เสื้อผ้าเด็ก จำนวน 38,000 ชุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำไปให้ด่านศุลกากรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ เพื่อประเมินอัตราภาษีที่ไม่ผ่านพิธีทางศุลกากร เพื่อนำมาประกอบคดีเปรียบเทียบปรับต่อไป

สวนโทษทางด้านคดี “ผู้ใดช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับ จำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรโดย หลีกเลี่ยงอากรข้อห้ามหรือข้อจำกัด มีความผิดต้องระวางโทษปรับ เป็นเงิน 4 เท่าของราคาของ ซึ่งได้รวมค่าอากรเข้าด้วยแล้ว หรือจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ” ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560

กรณีนี้ตำรวจได้มีประเมินมูลค่าของกลางที่ยึดได้คิดเป็นเงินประมาณ 4.1 ล้านบาท หากถูกปรับ 4 เท่าตามกฎหมาย ผู้ต้องหาจะถูกปรับประมาณ 16,720,000 บาท