นอภ.โพทะเล ชี้ กฎหมู่ยังเหนือกฎหมาย ‘บิ๊กโจ๊ก’ มายังช่วยไม่ได้ จ่อยื่นหนังสือ ‘เศรษฐา’ แก้ปัญหาวัดบางคลาน
เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายสุเมธ เมธีรัตนาพิพัฒน์ นายอำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร กล่าวว่าหลังจากที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เดินทางมาที่วัดบางคลาน โดยพล.ต.อ.สุรเชษฐ์บอกว่าจะแก้ปัญหา 2 เรื่องคือ เรื่องที่ 1 ส่งมอบทรัพย์สินทั้งหมดที่ทางฝ่ายลูกศิษย์ อดีต เจ้าอาวาสวัดรูปเก่าที่มรณภาพไปแล้ว ให้กับพระครูสิทธิวรากร เจ้าอาวาสวัดบางคลาน ซึ่งเรื่องนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำได้สำเร็จ
ส่วนเรื่องที่ 2 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์บอกว่า จะเอาตัวเจ้าอาวาสวัดบางคลานเข้าวัด ซึ่งตนมองว่า เจ้าอาวาสวัดยังเข้าไม่ได้ หลังจากที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ออกจากวัดไป กลุ่มคนดังกล่าวยังยึดวัด และไม่ให้เจ้าอาวาสเข้าวัด มีการล้อมรถของเจ้าอาวาสวัด จนกระทั่งตำรวจได้ช่วยกันนำเจ้าอาวาสออกจากวัดไป
นายสุเมธกล่าวอีกว่า ตนอยากถาม พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ว่า ที่บอกว่าจะให้เจ้าอาวาสวัดเข้าไปอยู่ในวัดเพียงรูปเดียวห้ามคนติดตามเจ้าอาวาสวัดเข้าไปด้วย ท่ามกลางคนของลูกศิษย์อดีตเจ้าอาวาสวัด จำนวน 10-20 คน ถามว่าจะอยู่กันได้อย่างไรในเมื่อคนมันไม่ถูกกัน
นายสุเมธกล่าวอีกว่า อย่างนี้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายใช่หรือไม่ ตอนนี้ชาวบ้านประชาชนชาวพิจิตรรู้สึกกังขาว่า ทำไมถึงปล่อยให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมาย ทั้งที่ทำผิดกัน และบุกรุกกัน นอกจากนี้ จะเปิดอุโบสถ หรือเปิดอะไรต่างๆ ก็ต้องเปิดพร้อมกัน ฝ่ายที่ยึดวัดก็เปิดคนเดียว โดยไม่ถามเจ้าอาวาสวัด อย่างนี้ทำถูกต้องหรือ แต่ผมก็เข้าใจท่านว่า ท่านมาแก้ปัญหาเพื่อให้คลี่คลาย แต่ก็แก้ได้บางส่วนเท่านั้น
ด้านนายพร ปั้นเพ็ง ไวยาวัจกรวัดบางคลาน กล่าวว่า ถึงแม้ว่าทางฝ่ายที่ยึดวัดจะขึ้นป้ายให้เจ้าอาวาสวัดเข้าได้ แต่จะเข้าวัดบางคลานได้อย่างไร เมื่อทางฝ่ายที่ยึดวัดทำผิดกฎหมาย จะให้เจ้าอาวาสวัดเข้าได้รูปเดียว ผู้ติดตามห้ามเข้า หากเป็นอะไร จะทำอย่างไร
นายพรกล่าวว่า ทุกวันนี้ฝ่ายยึดวัดไม่ทำตามสัญญาที่ให้กับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ทั้งที่ผู้ที่บุกยึดวัดบางคลานล้วนแล้วแต่เป็นผู้ต้องหาในคดีหลายคดี และมีคดีที่ศาลตัดสินแล้วหลายคดี ดังนั้นพวกเราเตรียมจะนำหลักฐานเอกสารต่างๆ เพื่อทำหนังสือถึงนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความเป็นธรรมให้กับเจ้าอาวาสวัดบางคลานต่อไป

