ฝนถล่มแม่ฮ่องสอน น้ำป่าหลากพัด ‘สะพานซูตองเป้’ พัง จนท.เร่งค้นหาชาวบ้านสูญหาย
เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายชั่วโมงตั้งแต่คืนวันที่ 8 กันยายน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่นาของชาวบ้านในตำบลหมอกจำแป่ และตำบลห้วยผา อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้น้ำยังได้บ่าไหลท่วมพื้นที่นาของชาวบ้านหลายร้อยไร่ ได้รับความเสียหายจำนวนมาก
นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มอบหมายให้นายสมชาย ลีหล้าน้อย รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายเรืองฤทธิ ผลดี หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดแม่ฮ่องสอน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในเบื้องต้นแล้ว
เบื้องต้นมี บ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายนับสิบหลังคาเรือน มีรถยนต์ของชาวบ้านถูกกระแสน้ำพัดจำนวน 2 คัน และผู้สูญหาย 1 ราย เป็นหญิง อายุ 36 ปี มีผู้พบเห็นว่าไหลไปกับกระแสน้ำ โดยกำลังเจ้าหน้าที่ได้ออกค้นหาผู้สูญหาย

นอกจากนั้นยังพบความเสียหายภายในอุทยานแห่งชาติถ้ำปลา-น้ำตกผาเสื่อ มีรถยนต์ของเจ้าหน้าที่และของส่วนราชการถูกกระแสน้ำพัด 3 คัน และอาคารสถานที่ต่างๆ ภายในที่ทำการอุทยานได้รับความเสียหายจำนวนมาก
โดยปริมาณน้ำในน้ำแม่สะงา บ่าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรได้รับความเสียหายจำนวนมาก และยังบ่าไหลทะลักท่วม สะพานแห่งศรัทธา หรือสะพานซูตองเป้ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดแม่ฮ่องสอน น้ำหลากซัดพังเสียหายทำให้สะพานพังยาวกว่า 3 เมตร เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านในพื้นที่เร่งนำเศษซากไม้ ดิน และขยะที่ถูกน้ำพัดมาติดค้างออกจากจุดที่สะพานพัง ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม

ชาวบ้านที่มาช่วยกันนำซากดิน เศษไม้ ขยะ ออกจากสะพาน บอกว่า น้ำป่าหลากอย่างรวดเร็วในช่วงเวลา 01.00-02.00 น. และในช่วงเช้าวันนี้ สถานการณ์น้ำเริ่มลดลงแล้ว จึงต้องเร่งนำเศษซากที่น้ำพัดมาออกจากสะพาน ส่วนนาข้าวและพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านในพื้นที่ได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน
สำหรับสะพานไม้ซูตองเป้ สร้างขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจกันของพระภิกษุสงฆ์และชาวบ้านในหมู่บ้านกุงไม้สักที่ช่วยกันสานไม้ไผ่เป็นแผ่นทอดยาวข้ามทุ่งนา ซึ่งเจ้าของที่อุทิศผืนนาถวายให้แก่วัด กลายเป็นสะพานไม้ไผ่เชื่อมต่อระหว่างหมู่บ้านกุงไม้สักและสวนธรรมภูสมะ มีขนาดความกว้าง 2 เมตร ยาวประมาณ 500 เมตร ตั้งแต่นั้นมาชาวบ้านและพระภิกษุสงฆ์ก็ได้ใช้สะพานนี้ในการสัญจรไปมา เกิดเป็นการเชื่อมโยงกันระหว่างชาวบ้านและพระพุทธศาสนาได้อย่างสมบูรณ์แบบและด้วยความสวยงามมีเอกลักษณ์ของสะพานซูตองเป้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน


