‘แพลงตอนบลูม’ คัมแบ๊กพัทยา หาดวงอามาตย์ น้ำทะเลเขียวปี๋ ส่งกลิ่นเหม็นโชย
เมื่อวันที่ 9 กันยายน ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณชายหาดวงอามาตย์ อ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี พบว่าบรรยากาศชายหาดวงศ์อมาตย์ เมืองพัทยา ซึ่งเป็นชายหาดที่อยู่ติดกับหาดพัทยาเหนือ โดยวันนี้พบว่าน้ำทะเลเป็นสีเขียวเข้ม และส่งกลิ่นเหม็น แต่นักท่องเที่ยวก็ยังเล่นน้ำตามปกติ
สำหรับน้ำทะเลเขียวนี้ เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า “แพลงตอนบลูม” จึงทำให้น้ำทะเลเปลี่ยนสี ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติ ซึ่งปีหนึ่งจะเกิดขึ้น 2-3 วัน ในช่วงต้นฤดูฝน อาจทำให้น้ำทะเลเป็นสีเขียว เพราะมีน้ำจืดไหลลงทะเล ซึ่งจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยถือว่าไม่เป็นเหตุการณ์ทางธรรมชาติ

อย่างไรก็ดี ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เคยโพสต์เฟซบุ๊ก อธิบายเรื่อง การเกิดแพลงตอนบลูม ที่ชายหาดบางแสน ว่าแพลงก์ตอนบลูมเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ เกิดขึ้นจากธาตุอาหารลงทะเลมากในหน้าฝน บางจังหวะมีแดดแรง กระบวนการในทะเลเหมาะสมทำให้แพลงตอนพืชเพิ่มเร็ว ซึ่งไม่มีพิษ ยังกินอาหารทะเลได้ตามปกติโดยมนุษย์มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะเราเพิ่มธาตุอาหารลงไป ทั้งการเกษตร น้ำทิ้ง ฯลฯ ทั้งนี้ โลกร้อนอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับแพลงตอนบลูม ตามการศึกษาต่างประเทศที่พบว่าน้ำเขียวทั่วโลกเกิดถี่ขึ้นเรื่อย และขยายพื้นที่ไปในบริเวณต่างๆ ของโลก
- อ่านข่าว : อ.ธรณ์ชี้ โลกร้อน ทำแพลงตอนบลูมเกิดบ่อย น้ำเขียวส่งผลกระทบสัตว์น้ำ-ระบบนิเวศ
- อ.ธรณ์โพสต์เศร้า แพลงตอนบลูมปะทะคราบน้ำมันรั่ว ปรากฏการณ์ซ้ำซ้อน ทำร้ายทะเลไทย
ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘ธนกร สุขศรี’ เผยแพร่ภาพปลากหลากหลายชนิด ตายเกลื่อนชายหาดทะเลศรีราชา อ.ศรีราชา ซึ่งอยู่ในพื้นที่ จ.ชลบุรี เช่นเดียวกัน พร้อมเปิดเผยด้วยว่า
“พบปลาหลากชนิดตายเกลื่อน ชายหาดทะเลศรีราชา เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 กันยายน ที่บริเวณชายหาดบางพระ อำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี จากการลงพื้นที่สำรวจที่บริเวณชายหาดบางพระ มีปลาหลากหลายชนิดถูกคลื่นซัดมาตายเกลื่อน อาทิเช่นปลากระบอก ปลาแป้น ปลาเต๊กเล้ง ปลาคุด ปลากระพงเป็นต้น ได้ลอยมาติดบริเวณชายหาดบางพระ ส่วนสาเหตุปลาตายเกลื่อนครั้งนี้ คาดว่าอาจเกิดจากปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่ทำให้น้ำทะเลเป็นสีเขียวและน้ำมีกลิ่นแรง”





