หน้าแรก ภูมิภาค ส.ส.สงขลา ดัน...

ส.ส.สงขลา ดันปลดล็อก ‘นกกรงหัวจุก’ พ้นสัตว์ป่าคุ้มครอง หนุนเป็นซอฟต์เพาเวอร์แดนใต้

14.09.23 | 10:50 น.

ผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกใต้เฮ หลัง ส.ส.พื้นที่พร้อมขับเคลื่อนปลดล็อก นกกรงหัวจุก ออกจากบัญชี “สัตว์ป่าคุ้มครอง” เพื่อส่งเสริมการเลี้ยง ที่ปัจจุบันมีอย่างแพร่หลาย สร้างอาชีพที่เกี่ยวเนื่องอีกมาก

เมื่อวันที่ 14 กันยายน พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนเองได้หารือในสภาผู้แทนราษฎร ถึงปัญหานกกรงหัวจุก ซึ่งเป็นนกเศรษฐกิจ เช่นเดียวกับนกเขาชวา การได้มาของนกกรงหัวจุกคือการผสมพันธุ์ มีผู้เกี่ยวข้องกับนกดังกล่าวจำนวนหลายพันครัวเรือน มีผู้นิยมเลี้ยงเป็นแสนคน ปัจจุบันนกกรงหัวจุก ยังเป็นนกที่อยู่ในบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้มาแก้ไขด้วยตัวเอง เพราะที่ผ่านมา มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงานได้ทำหนังสือขอให้ปลดนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่ตนเคยร้องเรียนเรื่องดังกล่าวเป็นเวลานานก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด

โดยอยากจะส่งเสริมให้ นกกรงหัวจุก ซอฟเพาเวอร์แดนใต้ ซึ่งปัจจุบันนี้นั้น มีการเลี้ยงอย่างแพร่หลาย ทั้งยังส่งเสริมอาชีพของเกษตรกร พ่อค้าแม่ขาย อาหารนกกรงหัวจุกไม่ว่าจะเป็นกล้วย เป็นมะละกอ ก็มีรายได้เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย ในอนาคต หากมีการปลดล็อก ก็จะเป็นการส่งเสริมการส่งออกได้เพิ่มมากขึ้นด้วย
ล่าสุด พล.ต.ต. สุรินทร์ ปาลาเร่ และกลุ่มเพื่อน ส.ส.-ส.ว.ใต้ เข้าพบเพื่อหารือกับ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ในการหาทางแก้ปัญหาเพื่อถอดถอนนกกรงหัวจุก ออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองตามที่เสนอในรัฐสภาแล้ว

ด้าน นายกำธร เส็มสะแอ ประธานชมรมผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกอำเภอจะนะ กล่าวว่า ในขณะนี้เฉพาะอำเภอจะนะ มีผู้เลี้ยงนกกรงหัวจุกนับพันราย ซึ่งมีการเปิดสนามแข่งขันนกกรงหัวจุกกันอย่างแพร่หลายวันละหลายสนาม แต่การที่ยังไม่ปลดล็อก ก็ทำให้มีความเสี่ยงที่จะถูกจับกุมเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะผู้เลี้ยงส่วนใหญ่ไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนการเลี้ยง โดยในพื้นที่อำเภอจะนะ มีฟาร์มเพาะเลี้ยงนกกรงหัวจุกที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ 2 ราย ส่วนที่เหลือก็จะเป็นการเพาะเลี้ยงกันแบบชาวบ้าน ซึ่งทำกันมานาน ในขณะที่กฎหมายไม่เอื้อให้มีการเลี้ยงอย่างถูกต้อง โดยได้พยายามเดินทางไปยื่นหนังสือหลายหน่วยงานเพื่อขอให้ถอดนกกรงหัวจุกออกจากบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ก็ไม่เป็นผล

“หากสามารถปลดล็อกได้ การเพาะขยายพันธุ์จะทำได้แพร่หลายมากขึ้น รวมถึงจะสามารถส่งออกนกกรงหัวจุกได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้มากขึ้นด้วย ซึ่งทราบว่า พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ ส.ส.เขต 8 สงขลา ก็ได้เร่งรัดดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน” นายกำธรกล่าวและว่า

Advertisement

นกกรงหัวจุก ในอำเภอจะนะ เลี้ยงกันมากกว่า หมื่นตัว และยังมีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการเพาะ พัฒนาพันธุ์ ซื้อขาย กันในราคาตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักแสนบาท นอกจากนั้นชาวบ้านในพื้นที่ก็ได้นำผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นกล้วย มะละกอ ซึ่งเป็นอาหารของนกกรงหัวจุกก็ขายได้ราคาแพงอีกด้วย จึงอยากให้มีการปลดล็อก เพื่อที่จะเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ที่ปัจจุบันมีการเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย