หน้าแรก ภูมิภาค สกู๊ปหน้า 1 :...

สกู๊ปหน้า 1 : เมืองกาญจน์ระทึก ศึกชิงนายก อบจ. วัดพลัง-เข้มข้น

17.09.23 | 05:50 น.

สกู๊ปหน้า 1 : เมืองกาญจน์ระทึก ศึกชิงนายก อบจ. วัดพลัง-เข้มข้น

 

หลังจาก สุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือ หมอหนุ่ย ลาออกจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อไปรับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ปล่อยให้เก้าอี้นายก อบจ.กาญจนบุรี ว่างลงทันที

กกต.กาญจนบุรี และ กกต.ท้องถิ่น ไม่รีรอที่จะกำหนดจัดการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างลง กำหนดวันเปิดรับสมัครระหว่าง วันที่ 11-15 ก.ย.66 รวม 5 วัน และเลือกตั้งวันที่ 22 ต.ค.66 ดั้งนั้น มีเวลาหาเสียง 36 วัน

หากมองแผนของ กกต. พื้นที่ จ.กาญจนบุรี มีทั้งหมด 13 อำเภอ ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ มีหน่วยเลือกตั้ง 1,078 หน่วย และมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 6 แสนเศษ (ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้ง) มี ส.อบจ. 30 คน กำลังจะหมดวาระลงวันที่ 20 ธ.ค.2567

Advertisement

เมื่อลงลึกการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่เหมือนที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะช่วงชิงพื้นที่ด้วยการประกาศเปิดตัวก่อน อีกทั้งจะเดินทางมาสมัครกันในวันแรก เพื่อชิงหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร และชิงความได้เปรียบการหาเสียง

เรียกว่าเคยดุดันเผ็ดร้อน แต่ครั้งนี้ผิดไปจากเดิม มีเพียงกระแสข่าวว่านักการเมืองท้องถิ่น อดีตนักการเมืองระดับชาติ และผู้มีชื่อเสียงภาคประชาสังคม คนนั้นคนนี้จะลงสมัคร แต่ก็ไม่ได้รับการยืนยัน ต่างฝ่ายต่างเก็บไว้เป็นความลับ รอจนเวลาจวนตัวเปิดรับสมัครวันแรก วรรษภณ แสงเป่า หรือที่รู้จักกันในชื่อ ทนายสุกวี ประธานสภาทนายความจังหวัดกาญจนบุรี และยังเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี พรรคก้าวไกล เขต 1 มาสมัคร เพียงคนเดียว จากนั้นอีก 3 วัน เงียบฉี่ กระทั่งวันสุดท้ายของการสมัครที่ต้องนับนาทีกันเลย เมื่อ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ประสบการณ์อัดแน่นในวัย 46 ปี เดินทางมาสมัคร ในนาม ทีมพลังกาญจน์ รู้กันอยู่แล้วว่า สุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม เป็นหัวหน้าทีม ได้คัดตัวดี 1 ประเภท 1 มาลงชิงชัย นพ.ประวัติ เดิมพันครั้งใหญ่ขอยื่นลาออกจากรองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกาญจนบุรี และ ผอ.รพ.ด่านมะขามเตี้ย เมื่อเวลา 16.20 น. ของวันที่ 14 ก.ย.66 เพื่อลงสู่ถนนทางการเมืองในวันรุ่งขึ้นทันที

ขณะที่ตลอดทั้งวันของวันสุดท้ายในการเปิดรับสมัคร เกิดกระแสข่าวให้ดราม่าจนได้ รังสรรค์ รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีต นายก อบจ.กาญจนบุรี ที่เพลี่ยงพล้ำพ่าย หมอหนุ่ย ในการเลือกตั้ง อบจ.เมื่อปี 2563 และยังเป็นสามี นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก็ได้เดินทางมาสมัครหวังขจัดข้อสงสัยให้สิ้น ยังเป็นที่ต้องการของคนในจังหวัดหรือไม่ 10 นาทีสุดท้ายก่อนจะปิดรับสมัคร เจ้าตัวตัดสินใจไม่ลงสมัครดีกว่า ทำเอากองเชียร์รอส่งเสียง ตบมือให้กำลังใจ ได้แต่ยืนดู ทำให้ศึกเลือกตั้งซ่อมนายก อบจ.กาญจนบุรี จึงเหลือคู่แข่งเพียง 2 คน วรรษภณ แสงเป่า หรือทนายสุกวี ผู้สมัคร นายก อบจ.เบอร์ 1 เผยว่า การเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้เป็นวาระพิเศษ หลังจากตำแหน่งว่างลง แคมเปญใหญ่ของพรรคก้าวไกลคือการเลือกตั้งที่ครบวาระทั่วประเทศพร้อมกัน ในครั้งนี้ทางพรรคยังไม่มีความพร้อมที่จะส่งคนลงในนามของพรรคก้าวไกล แต่ก็ไม่ได้ห้ามสมาชิกพรรคหากจะลงสมัครด้วยตัวเอง ให้อิสระในการตัดสินใจ

“ผมมั่นใจว่าที่ผ่านมา เดินเท้าเข้าถึงและคุยกับประชาชน และทำกิจกรรมให้กับพรรคมาตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ เมื่อปี 2562 จนถึงปัจจุบัน ฉะนั้น ผมจึงรู้ปัญหาทุกตารางนิ้วของจังหวัด ในอดีตเคยเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 แต่ผมไม่ได้เดินเพียงแค่พื้นที่ในเขต 1 เท่านั้น ผมไปมาแล้วทั้งจังหวัด ประกอบกับเป็นประธานสภาทนายความ ก็ได้ลงพื้นที่เพื่อไปเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายให้กับประชาชนอยู่เสมอ จึงตัดสินใจลงสมัครครั้งนี้”

ทนายสุกวีบอกถึงกรณีกระแสพรรคก้าวไกลจะเป็นแรงหนุนในการแข่งขันสนามนี้หรือไม่ว่า เคยเป็นอดีตผู้สมัคร ส.ส.ตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ มาจนถึงพรรคก้าวไกล เชื่อว่าประชาชนทราบดี ถึงอุดมการณ์และนโยบายที่รับมาจากพรรคก้าวไกลอยู่แล้ว ขณะที่ หมอประวัติ กิจธรรมกูลนิจ ผู้สมัคร นายก อบจ.เบอร์ 2 กล่าวว่า การลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่ได้หนักใจอะไรเลย

“ผมอยากทำอะไรที่ไม่เคยทำ มองว่าปัจจุบันเป็นการเมืองแบบใหม่แล้ว ยุคนี้มันไม่ใช่การเมืองแบบเดิมๆ อีกต่อไป เอาคนรุ่นใหม่มามีความคิดที่จะพัฒนาจังหวัดแบบจริงจัง ผมมองว่าอีกไม่นานเราจะเห็นการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมให้เห็นชัดเจนเลยว่ากาญจนบุรีจะเปลี่ยนอย่างไร วันนี้เราต้องเปลี่ยนได้แล้ว”

“การที่ตัดสินใจลาออกจากราชการนั้น ผมไม่ได้ยึดติดในเรื่องของรายได้ หรือเรื่องของความมั่นคงเท่าไหร่นัก ทั้งสองเรื่องไม่จำเป็นสำหรับผม ผมอยากช่วยทำงานและเป็นจังหวะที่ นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รมช.คมนาคม ได้ทาบทามผมมา การตัดสินใจจึงไม่ยากอะไรที่จะลาออกจากราชการ การลงสมัครนายก อบจ.ผมมีความมั่นใจว่าจะชนะการเลือกตั้ง สิ่งที่เราทำมาตลอดชีวิตราชการ ประชาชนต่างก็รู้กันดี อีกทั้งเรามีทีมงานและหัวหน้าที่ดี จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับการเลือกตั้งในครั้งนี้อย่างแน่นอน”

หมอประวัติยังกล่าวอีกว่า มีความยินดีปวารณาตัวเพื่อทำงานให้ชาวกาญจนบุรี ระยะเวลาที่มีอยู่จะสามารถเปลี่ยนกาญจนบุรีได้ จะมีอีกหลายโปรเจ็กต์ที่กำลังจะลงมาในพื้นที่ด้วย รายงานจากคนในพื้นที่ยังบอกด้วยว่า ทันทีที่ นพ.ประวัติ ตัดสินใจลาออกจากราชการกระโจนมาลงสนามการเมือง ได้สร้างแรงกระเพื่อมอย่างมาก ถูกมองว่ามีความได้เปรียบคู่แข่งในหลายด้าน ทั้งโปรไฟล์ส่วนตัว รวมทั้งฐานมวลชน ที่ได้จากฐานเสียงเดิมของ หมอหนุ่ย ตุนไว้ทั้งต้นและดอก ทั้งฐานที่มั่นจาก ส.อบจ.เกือบทั้งหมด บวกกับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยของหมอหนุ่ยที่ใครๆ ก็รู้ว่าทำหน้าที่ เดอะแบก อย่างเต็มใจ ยังมีฐานเสียงจาก อสม.หนุนอีกแรง ส่วน รังสรรค์ อดีตนายก อบจ. ที่ตัดสินใจไม่ลงสนามการเมือง สภากาแฟจึงมองว่า โอกาสที่ นพ.ประวัติ จะคว้าชัยชนะในสนามนี้ก็ไม่น่ายากแต่อย่ามองข้าม ทนายสุกวี เสียทีเดียว อาจถูกมองว่าอาจเสียเปรียบคู่ต่อสู้ เนื่องจากพรรคก้าวไกลไม่ได้จัดส่งลงสมัครอย่างชัดเจน แต่ทนายสุกวียังกำลังใจดี เมื่อตัวตึงของคณะก้าวหน้าอย่าง ธนาธร-ปิยบุตร-ช่อ พรรณิการ์-เจี๊ยบ อมรัตน์ หรือทีมอเวนเจอร์บนยานแม่ด้อมส้ม ยังลงพื้นที่ช่วยอย่างเต็มใจ ไม่หนีหน้าหายไปไหน ขณะที่แกนนำและ ส.ส.ของพรรคก้าวไกลต่างสาละวนกับเกมในสภา ต่อสู้บนสนามการเมืองใหญ่ เป็นเรื่องดีที่อเวนเจอร์ก้าวหน้าจะได้ทำงานอย่างมีอิสระ ส่งเสียงหนุน ทนายสุกวี เพียวๆ ชัดๆ แค่เสียงและหน้าของทีมอเวนเจอร์ก็เป็นอันรู้แล้ว ไม่ต้องอธิบายกันให้น้ำลายเหนียวคอ

จากการเลือกตั้งเมื่อ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา ผลการเลือกตั้ง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ จ.กาญจนบุรี พรรคก้าวไกล มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ได้มา 185,925 คะแนน รองลงมาคือ พรรคเพื่อไทย 154,782 คะแนน ทั้งจังหวัดกาเลือกให้ขนาดนี้ ยังเป็นทุนบนหน้าตักให้สบายใจว่า การต่อสู้จะไม่เสียเปล่า ขณะที่การเมืองใหญ่ฟาดฟันกันอย่างหนักมาตลอดหลายเดือน แน่นอนชาวกาญจนบุรีย่อมต้องชั่งใจอย่างดีว่าสำหรับศึกหน้าบ้านตัวเอง อยากจะเลือกใครระหว่าง วรรษภณ แสงเป่า กับ นพ.ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ

รอดูกันใน EP ต่อไปว่า แต่ละฝ่ายจะงัดกลยุทธ์ในการหาเสียงอย่างไร หรือจะดึงมวลชนด้วยวิธีไหน เพื่อเข้าไปนั่งอยู่ในใจของชาวกาญจนบุรีชนิดไร้ข้อกังขา