หน้าแรก ภูมิภาค ‘ดาบตำร...

‘ดาบตำรวจ’ อยู่อย่างรันทด ค้ำหนี้ให้เพื่อนชิ่ง ต้องมาใช้แทน ผู้กำกับอึ้ง หาที่อยู่ให้ใหม่

2.10.23 | 17:29 น.

อยู่อย่างรันทด ‘ดาบตำรวจ’ ค้ำประกันให้เพื่อน ตร. ต้องใช้หนี้แทน เหลือเงินเดือน 3 พันสภาพย่ำแย่

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสงคราม, ได้รับแจ้งว่า ด.ต.บุญเฮียง ปิดตาระโพธิ์ อายุ 53 ปี ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองสมุทรสงคราม ป่วยเป็นโรคต่อมลูกหมากโต ต้องลางานบ่อยครั้ง

ด้วยความเอาใจใส่ลูกน้องของผู้บังคับบัญชาบริหารสถานี ที่เห็นความผิดปกติ จึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.สงัด เบ้าแบบดี รอง ผกก.ป.สภ.เมืองสมุทรสงคราม เดินทางเข้าไปเยี่ยมให้กำลังใจที่บ้านพัก เมื่อไปถึงบ้านพัก พอเปิดประตูถึงกับผงะ เมื่อสภาพบ้านทรุดโทรมเหมือนรังหนู ดาบตำรวจบุญเฮียงนอนกับพื้นบ้าน สภาพไม่น่าอยู่ สภาพเก่าทรุดโทรมมากและไม่มีเตียงนอนที่เหมาะสม

ดังนั้น พ.ต.อ.สยามจึงหาบ้านพักให้อยู่ใหม่และสนับสนุนงบประมาณส่วนตัวกว่า 10,000 บาท ในการปรับปรุง ซ่อมแซม ทาสี กั้นมุ้งลวด ประตูหน้าต่างบ้านใหม่ รวมทั้งจัดเครื่องครัว, เครื่องนอน ให้มีสุขอนามัยที่ดีขึ้น

พ.ต.อ.ศยามกล่าวว่า ตามนโยบาย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ หน.สภ.ดูแลความเป็นอยู่ของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างใกล้ชิด ซึ่งตนทราบข่าวว่าดาบตำรวจบุญเฮียงป่วยเป็นโรคประจำตัวลางานไปพบแพทย์บ่อยครั้ง จึงเดินทางมาเยี่ยมที่บ้านพักแต่ก็พบว่าสภาพความเป็นอยู่ไม่ถูกสุขลักษณะ นอนกับพื้น อุปกรณ์เครื่องใช้ไม่เพียงพอ จึงได้ปรึกษากับผู้บริหารสถานีร่วมกับจัดหาบ้านพักให้ดาบตำรวจบุญเฮียงใหม่ และหาช่างมาปรับปรุงบ้าน โดยตนสนับสนุนงบประมาณส่วนตัวกว่า 10,000 บาท และภาคเอกชนสนับสนุนเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ในบ้าน รวมทั้งพัดลม ทีวี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

Advertisement

พ.ต.อ.ศยามกล่าวว่า นอกจากนี้ ดาบบุญเฮียง ยังมีหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์อยู่ 1,900,000 บาท ซึ่งเป็นหนี้จากการค้ำประกันเพื่อนข้าราชการตำรวจ แต่เพื่อนหลบหนีราชการ ทำให้ดาบตำรวจบุญเฮียงต้องรับผิดชอบแทนถูกหักเงินเดือนเหลือเพียงเดือนละ 3,900 บาท จากเงินเดือน 28,000 บาท ที่จะต้องใช้หนี้ไปจนหลังเกษียณอายุ 65 ปี จึงได้จัดหารายได้เสริมให้กับดาบตำรวจบุญเฮียงในการยังชีพอย่างมีเกียรติต่อไป

ดาบตำรวจบุญเฮียง บอกว่า หลังจากค้ำประกันให้เพื่อนข้าราชการตำรวจ และเพื่อนหนีราชการไป ตนก็ต้องมารับผิดชอบหนี้ โดยถูกหักเงินเดือนเหลือเพียงเดือนละ 3,900 บาท จากเงินเดือน 28,000 บาท ทำให้เกิดความเครียด หมดกำลังใจ คิดตลอดเวลาว่าเมื่อไหร่จะหมดหนี้ จะทำยังไงกับชีวิต

ทำให้เมื่อเข้าเวรเสร็จกลับบ้านก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะทำอะไร บ้านจึงรกเหมือนรังหนูอย่างที่เห็น ที่ผ่านมาตนก็รู้ว่าหากเอ่ยปากผู้บังคับบัญชาก็ต้องเข้ามาช่วยเหลือ ตนรู้สึกเกรงใจจึงเก็บตัวอยู่เงียบๆ กระทั่งผู้บังคับบัญชามาเยี่ยม ตนก็บอกให้รอข้างนอก ท่านก็ไม่เชื่อเข้ามาจนเจอสภาพบ้านแบบนี้ ซึ่งท่านก็รีบให้ความช่วยเหลือทำให้ตนภูมิใจที่ยังมีคุณค่าให้ผู้บังคับบัญชาให้ความใส่ใจ และดีใจที่ได้รับการช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งตนมีกำลังใจในการสู้ชีวิตมากขึ้น