แม่ร้อง ลูก ม.2 ถูกครูล็อกคอ กระชากหงายท้องจากเก้าอี้ ถาม ทำเกินกว่าเหตุหรือไม่?
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 5 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นางสาทิพย์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ 7 ต.พรานกระต่าย อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร แม่ของน้องภูมิ อายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.2/5 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.พรานกระต่าย โดยได้นำคลิปความยาว 20 วินาที ให้ผู้สื่อข่าวตรวจสอบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในคลิป ขณะที่ลูกชายของตนกำลังเรียนคาบวิชา IS วิชาการศึกษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ มีนายบรรเลง เป็นครูประจำรหัสวิชาดังกล่าวเป็นครูผู้สอน
โดยจากคลิปเหตุการณ์ ครูได้เดินเข้ามาล็อกคอด้านหลัง และกระชากเก้าอี้ที่นั่งอยู่จนนักเรียนชายล้มฟาดหงายหลังลงกับพื้นอย่างแรง โดยเด็กชายได้ลุกขึ้นและถามครูกลับไปว่า “ครูทำอย่างนี้ได้ไงละ” ผมจะทำงาน ครูได้ตอบกลับไปว่า “ก็เอ็งไม่ทำงาน” เด็กตอบกลับไปอีกว่า “ก็ผมกำลังทำนี่ไง” และครูตอบกลับว่า “ถ้าเอ็งจะทำให้ไปนั่งที่โต๊ะ”
โดยหลังจากนั้นก็มีเพื่อนผู้หญิงพาเด็กชายออกไปนอกห้องเพื่อไปสงบสติอารมณ์ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ด.ช.ภูมิ ก็ได้โทรหาผู้ปกครองให้ทราบเรื่อง ซึ่งพอผู้ปกครองทราบเรื่องและเห็นคลิปที่ลูกส่งให้ดู ก็ได้เดินทางเข้ามาที่โรงเรียนทันทีเพื่อสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้นกับครูในโรงเรียนว่าทำเกินกว่าเหตุหรือไม่
เมื่อนางสาทิพย์ ผู้เป็นแม่ และ น.ส.เพชรลดา อายุ 26 ปี พี่สาว เดินทางมาถึงโรงเรียนพร้อมกับเข้าไปห้องปกครองเพื่อสอบถามกับครูฝ่ายปกครองถึงเรื่องดังกล่าวว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทำรุนแรงกับเด็กขนานนี้ ซึ่งครูประจำวิชาก็ไม่ยอมรับว่าได้ทำรุนแรงกับเด็ก

จนสุดท้ายเห็นคลิปที่ผู้ปกครองเอาให้ดู ถึงกับนิ่งเงียบไป ซึ่ง “นายบรรเลง” ครูผู้ก่อเหตุได้เรียกเด็กนักเรียนหญิง จำนวน 4 คน ในชั้นเรียนเดียวกันเข้ามาเป็นพยานว่าตนได้พูดตักเตือนให้ทำงานแล้วหลายครั้งแต่ ด.ช.ภูมิ ไม่เชื่อฟัง จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำรุนแรง
โดยผู้ปกครองก็ไม่เชื่อในคำพูดของครูและเพื่อนผู้หญิงที่เข้ามาเป็นพยาน ซึ่งขณะนั้นลุงของ ด.ช.ภูมิ ได้เดินทางเข้ามาถึงห้องปกครองพอดี ก็ได้ตะโกนด่าครูอย่างรุนแรง หลังจากนั้นก็ได้เดินทางพา ด.ช.ภูมิ ไปตรวจร่างกายที่ รพ.พรานกระต่าย และลงบันทึกประจำวันกับตำรวจที่ สภ.พรานกระต่าย
นางสาทิพย์กล่าวอีกว่า ตนเองได้พูดคุยกับคนในครอบครัวและญาติพี่น้อง ว่า ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนคนอื่นอีก ซึ่งได้นำคลิปหลักฐานที่เพื่อนในชั้นเรียนถ่ายไว้ และในโซเชียลก็มีการแชร์ออกไปมากมาย ในเพจ “กำแพงเพชร ร้องเรียนอะไร บอกไว้ที่นี่” โดยได้วิจารณ์เรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าการกระทำของครูทำเกินกว่าเหตุหรือไม่อย่างไร แม้เด็กจะมีพฤติกรรมเกเรก็ไม่ควรทำแบบนี้ พร้อมนำเรื่องดังกล่าวร้องกับสื่อขอความเป็นธรรม
ขณะที่ ด.ช.ภูมิได้นำเเชตเฟซบุ๊กของเพื่อนให้ผู้สื่งข่าวดูบอกว่า “ขอโทษ ถูกบังคับให้พูด” ซึ่งเพื่อนที่เข้าไปไม่เห็นเหตุการณ์ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ครูให้เข้าไป ขณะที่ทางโรงเรียนและต้นสังกัดจะขอชี้แจ้งเรื่องที่เกิดขึ้น
นางสาทิพย์กล่าวอีกว่า ขณะที่เกิดเหตุกำลังเลี้ยงควายอยู่ในทุ่งนา ลูกชายได้โทรมาบอกกับตนเองว่าถูกครูทำร้าย จึงรีบโทรบอกลูกสาวคนโตให้พาไปโรงเรียนเพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่าเป็นอย่างไร โดยขณะนั้น ลูกชายได้ส่งคลิปเหตุการณ์ที่ถูกครูทำร้ายให้ดู ตกใจมากทำไมครูถึงทำรุนแรงขนาดนี้
นางสาทิพย์กล่าวต่อว่า ซึ่งขณะอยู่ในห้องปกครองครูคนดังกล่าวก็ไม่ยอมรับว่าทำรุนแรงกับลูกชาย โดยตนได้นำคลิปเหตุการณ์ดังกล่าวให้ครูดูซึ่งก็นิ่งเงียบไปไม่พูดใดๆ ด้วย จึงตัดสินใจพาลูกไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลและลงบันทึกประจำวันที่โรงพัก ซึ่งกลัวว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่เป็นธรรมกับลูกชายตนเอง และหากเกิดขึ้นกับลูกของคนอื่นและหนักกว่านี้จะรับผิดชอบไหวไหม ทั้งนี้ ยังไม่ได้รับคำขอโทษจากปากของครูคนดังกล่าวแต่อย่างใด มีเพียงสถานศึกษาส่งคณะกรรมการมาพูดไกล่เกลี่ยขอให้ครูเข้ามาขอโทษ แต่ยังไม่พร้อม
“โดยส่วนตัวคงไม่ยอมความ เพราะหากลูกชายเป็นอะไรไปมากกว่านี้จะรับผิดชอบไหวไหม ซึ่งหากมีครูคนนี้สอนอยู่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นกับนักเรียนคนอื่นไหม คือทำผิดแล้วจะมาขอโทษไหว้สวยรวยกระเช้า มันก็ไม่ใช่ ซึ่งก็อยากให้ต้นสังกัดดำเนินการไปตามวินัย และตนก็คงต้องดำเนินไปตามกฎหมายเพื่อขอความยุติธรรม ส่วนหลายคนบอกว่าลูกชายของตนเป็นคนก้าวร้าวนั้นอันนี้ ไม่จริง แต่เป็นการเกเรตามประสาเด็กผู้ชายทั่วไป ก็ไม่ได้บอกว่าลูกชายตนเป็นคนดี นี่ขนาดครูตีลูกชายยังไม่สวนกลับ ซึ่งก็อยากให้ทางโรงเรียนชี้แจงว่ามันเกิดอะไรขึ้น” นางสาทิพย์กล่าว

ด.ช.ภูมิเล่าว่า วันเกิดเหตุได้เข้าเรียนวิชา IS ครูได้แบ่งกลุ่มให้ทำงานกันในห้องเรียน ซึ่งตนเองไม่ค่อยเก่งเรื่องการเรียน ก็ทำได้เท่าที่ทำได้ เลยนั่งรอลอกงานจากเพื่อน ตนก็ใช้โทรศัพท์ในการค้นหางานเพราะมีงานหลายข้อ อยู่ๆ ครูก็เดินมาข้างหลังและกระชากล็อกคอตนเองหงายหลังลงไปกับพื้น
ด.ช.ภูมิเล่าต่อว่า ก็ถามว่าทำผมทำไม และครูก็ไล่ตนออกจากห้อง ซึ่งก็ตกใจว่าทำไมครูทำรุนแรงขนาดนี้ ซึ่งไม่เคยมีเรื่องบาดหมางใจกับครูมาก่อน ซึ่งหลายคนบอกว่าผมเป็นคนก้าวร้าว จริงๆ แล้วก็มีเกเรบ้างแต่ก็ไม่ได้หาเรื่องใครก่อน โดยเพื่อนในชั้นเรียนก็เล่าให้ฟังว่าก็เคยถูกครูคนดังกล่าวทำร้ายแบบนี้เหมือนกัน โดยตั้งแต่เกิดเหตุก็ยังรู้สึกเจ็บบริเวณต้นคอถึงหัวอยู่ ก็อยากจะขอความเป็นธรรม หากหัวฟาดน็อกพื้นไปจะรับผิดชอบไหวไหม ซึ่งก็ไม่ได้มีความขุ่นเคืองหมองใจอะไรกับครู มองว่าครั้งนี้ครูทำเกินกว่าเหตุกับตนเองจริงๆ

