บุกจับผับดังกลางเมืองขอนแก่น พบ นทท.เปิดห้องลับจัดปาร์ตี้มั่วสุมเสพยา

บุกจับผับดังกลางเมืองขอนแก่น พบ นทท.เปิดห้องลับจัดปาร์ตี้มั่วสุมเสพยา

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 7 ตุลาคม พล.ต.ต.ไพศาล ลทอสมบูรณ์ รักษาการ ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐนนท์ ประชุม ผบก.สส.ภ.4 และ พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วม บก.สส.ภ.4 และ สภ.เมืองขอนแก่น เข้าตรวจที่สถานบริการแห่งหนึ่งภายในโรงแรมชื่อดังใจกลางเมืองขอนแก่น หลังรับแจ้งว่ามีการเปิดให้บริการเกินเวลาและมั่วสุมเสพยาเสพติด อย่างบ่อยครั้ง

โดยเมื่อกำลังเจ้าหน้าที่ไปถึงพบนักเที่ยวชาย-หญิงจำนวนมาก กำลังเที่ยวกันอย่างสนุกสนาน ก่อนจะสั่งให้เปิดไฟ และหยุดเล่นดนตรี พร้อมทั้งการตรวจบัตรประชาชนและทำการตรวจหาสารเสพติด

ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ยังคงตรวจพบห้องลับซึ่งเปิดเป็นห้องคาราโอเกะ จำนวน 4 ห้อง โดยมีนักเที่ยวกำลังมั่วสุมเสพยา และทันทีที่พบว่าเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจต่างพากันทิ้งยาเสพติดลงพื้น จนท.ทำการควบคุมตัวนักเที่ยวทั้งหมดมาตรวจหาสารเสพติด ซึ่งในเบื้องต้นพบมีสารเสพติดในร่างกาย 18 คน จึงนำตัวไปตรวจหาสารเสพติดซ้ำ พบว่ามีสารเสพติด 7 คน จึงควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมจับกุมนายเอกทวี อายุ 33 ปี ผู้จัดการสถานบริการ ชาว จ.ขอนแก่น มาทำการสอบสวน

Advertisement


พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวว่า สถานบริการแห่งนี้เปิดให้บริการทุกวันและมีการร้องเรียนจากประชาชนถึงพฤติกรรมของการมั่วสุมเสพยาเสพติด โดยเฉพาะห้องลับ ที่ทำเป็นห้องคาราโอเกะ แต่กลุ่มนักเที่ยวจะรู้ว่าจะเปิดให้มีการมั่วสุมเสพยาเค และยาอี ในช่วงตั้งแต่ 02.00-04.00 น. ชุดการข่าวจึงลงพื้นที่หาข่าวและวางแผนจับกุม

ขณะเข้าตรวจแม้จะเกินเวลาตามที่กฎหมายกำหนดแล้ว ก็ยังคงพบผู้มาเที่ยวอยู่ในห้องโถงประมาณ 250 คน และมีใช้บริการห้องคาราโอเกะอยู่ 2 ห้อง จากทั้งหมด 4 ห้อง

จากการตรวจภายในห้องคาราโอเกะพบยาเคหรือเคตามีนตกอยู่ที่พื้น ถึงได้ทำการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด ปรากฏว่าพบผู้มาเที่ยวมีสารยาเคจำนวน 18 คน จึงควบคุมตัวมาหาสารเสพติดซ้ำและทำประวัติและดำเนินการขั้นตอนตามกฎหมาย ทั้งยังคงแจ้งข้อกล่าวหาให้กับ นายเอกกวี อายุ 33 ปี ผู้จัดการสถานบริการ 3 ข้อหาคือ ประกอบด้วย ปล่อยปละให้มีการมั่วสุมเสพยาเสพติดในสถานบริการ, เปิดสถานบริการเกินเวลาผิดกฎหมายกำหนด และจำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีที่ สภ.เมืองขอนแก่น ตามกฎหมาย

พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวต่ออีกว่า มาตรการปราบปรามยาเสพติดอีกแบบอย่างหนึ่ง คือ ลดปริมาณการใช้ยาเสพติด ซึ่งได้กำชับให้หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ตำรวจภูธรภาค 4 นำกำลังเข้าตรวจสถานบริการ ในเขตเมืองขอนแก่น โดยตรวจเน้นความผิดเกี่ยวกับผู้ใช้ยาเสพติด ซึ่งผลการตรวจค้นที่ขอนแก่นวันนี้พบยาเสพติดเคตามีน ซึ่งจะต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลต่อไป

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากลัวและเกรงว่าจะเกิดที่สุดสำหรับสถานบริการแห่งนี้ที่เห็นคือ หากเกิดเพลิงไหม้แล้วกำลังจะหลบหนีออกจากสถานบริการแห่งนี้จะหนีอย่างไร เมื่อทางเข้า-ออกมีทางเดียวซึ่งต้องขึ้นบันไดไปด้านบน ประตูหนีไฟหลังเวที 2 ประตูถูกปิดล็อกไว้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องเข้มงวดในเรื่องนี้ด้วย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image