หน้าแรก ภูมิภาค แม่หนุ่มแรงงา...

แม่หนุ่มแรงงานไทยชาวนครพนม มั่นใจลูกชายถูกจับ หลังภาพตัวประกันแชร์ว่อน

8.10.23 | 09:23 น.

แม่หนุ่มแรงงานไทยชาวนครพนม มั่นใจลูกชายถูกจับ หลังภาพตัวประกันแชร์ว่อนโซเชียล เผยเป็นเสาหลักครอบครัว ทำงานรับเงิน 5 หมื่นช่วยสร้างบ้าน-รักษาพ่อป่วย

ความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุจรวดโจมตีจากฉนวนกาซาไปยังหลายพื้นที่ในอิสราเอลเมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 7 ตุลาคม จนมีการเผยแพร่ข่าวออกตามสื่อต่างๆ ว่ามีแรงงานไทยที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล ถูกจับเป็นตัวประกันหลายคน หนึ่งในนั้นคือสามีภรรยา มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.อุดรธานี และมีแรงงานไทยชายถูกยิงที่ขาได้รับบาดเจ็บ 1 ราย มีภูมิลำเนาอยู่ที่ จ.นครพนม ขณะที่รัฐบาลไทยอยู่ระหว่างประสานเอกอัครราชทูตไทยเพื่อช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ยังไม่ทราบชะตามกรรมนั้น

อ่าน
รมว.แรงงาน ห่วงคนไทยในอิสราเอล ถูกยิงเจ็บ 1 เร่งช่วยเหลือ 2 ‘สามี-ภรรยา’ ถูกจับ!

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่บ้านหนองแสง หมู่ 5 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม โดยได้รับคำยืนยันจากนายธวัชชัย อ่อนแก้ว อายุ 47 ปี พร้อมภรรยา คือ นางทองคูณ อ่อนแก้ว อายุ 47 ปี ว่าเป็นพ่อแม่ของแรงงานไทย ที่ถูกจับเป็นตัวประกันในเหตุก่อการร้ายที่อิสราเอล ทราบชื่อคือ นายณัฐพร หรือตั้ม อายุ 26 ปี เป็นแรงงานไทยไปทำงานที่สวนเกษตร ในประเทศอิสราเอล ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564

Advertisement

ทั้งนี้ ทางครอบครัวยืนยันว่า ดูภาพถ่ายหลักฐานจากสื่อโซเชียล มั่นใจว่าเป็นลูกชายไม่ผิดตัว อีกทั้งขาดการติดต่อหลายชั่วโมงหลังมีข่าวเกิดเหตุการณ์ก่อการร้าย จากปกติจะมีการติดต่อโทรผ่านแชต เฟซบุ๊กได้ตลอด แต่ยังไม่สามารถติดต่อเพื่อนร่วมงาน หรือคนรู้จักที่เป็นแรงงานไทยได้

นางทองคูณ อ่อนแก้ว หรือแม่คูณ อายุ 47 ปี แม่ของน้องตั้ม แรงงานไทย เล่าว่า จากการติดตามข้อมูลข่าวสาร ภาพจากสื่อโซเชียล มั่นใจว่าลูกชายคือ นายณัฐพร อ่อนแก้ว หรือตุ้ย อายุ 26 ปี เนื่องจากปกติตนกับลูกชายจะติดต่อพูดคุยสอบถามความเป็นอยู่กันตลอดทุกวันหลังเลิกงาน ทางแชตเฟซบุ๊กลูกชาย และติดตามเฟซบุ๊กลูกชายตลอด ด้วยความเป็นห่วงว่าไปทำงานต่างประเทศ แต่ล่าสุดหลังมีข่าวความรุนแรง พบว่าไม่มีความเคลื่อนไหว และพยายามติดต่อโทรสอบถาม แต่ไม่สามารถติดต่อได้ แต่ไม่มีคนรู้จักที่ไปทำงานด้วยกันที่สามารถติดต่อได้เช่นกัน มั่นใจถูกจับตัวอย่างแน่นอน

ตนมีลูกแค่ 2 คน ซึ่งน้องตั้ม เป็นลูกชายคนโต อีกคนเป็นลูกสาว อายุ 12 ปี ทำให้น้องตั้มเป็นเสาหลักครอบครัว ขยันทำงาน รักครอบครัว พ่อเคยไปทำงานประเทศอิสราเอลเช่นกัน เมื่อหลายปีก่อน เพราะครอบครัวยากจน จึงไปขายแรงงานต่างประเทศหวังสร้างฐานะครอบครัว จนกระทั่งลูกชายมาสานต่อพ่อไปทำงานเมื่อเดือนตุลาคม 2564 ผ่านกรมการจัดหางาน มีค่าใช้จ่ายเดินทางทั้งหมดรวม ประมาณ 60,000 บาท ไปทำงานสวนเกษตร เงินเดือนประมาณ 50,000 บาท ถือว่ารายได้ดี สัญญาจ้าง 5 ปี แต่ยังต้องเก็บเงินเพราะสร้างบ้าน ซื้อรถยนต์ รวมถึงรักษาพ่อที่ป่วยเบาหวาน มาถึงตอนนี้ยังไม่ทราบข่าวความเคลื่อนไหว ได้แต่รอความหวังจากรัฐบาลให้ประสานการช่วยเหลือ ห่วงความปลอดภัย

แม่คูณกล่าวอีกว่า ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองปกปักรักษาให้ลูกชายปลอดภัย ส่วนตัวยังมั่นใจเชื่อศรัทธาในสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครองลูกชาย อีกทั้งก่อนเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล ได้นำเหรียญพระเครื่องหลวงพ่ออวน เกจิชื่อดังในวัดหมู่บ้าน รวมถึงเหรียญองค์พระธาตุพนม ทุกวันลูกชายจะเล่าให้ฟังว่าจะกราบไหว้ขอพรตลอด จึงเชื่อว่าลูกชายยังปลอดภัย