แรงงานโคราชในอิสราเอลวิดีโอคอลเผยตอนนี้ปลอดภัย อยู่ห่างเขตสงคราม ห่วงเพื่อนอีกคนติดต่อไม่ได้หวั่นถูกจับเป็นตัวประกัน ด้านญาติที่ไทยห่วงสงครามบานปลายขยายวงทั้งประเทศ อยากให้สามีกลับบ้าน
เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านตะกุดเวียน หมู่ 5 ต.หนองยาง อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ไปพบกับกลุ่มญาติของแรงงานชาว จ.นครราชสีมา ที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอลกำลังจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง โดยญาติๆ ต่างรู้สึกเป็นห่วงแรงงานที่อยู่ ณ อิสราเอล แม้ว่าแรงงานส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยแต่ก็ยังอยากให้กลับมายังประเทศไทย เพราะกลัวสงครามบานปลายขยายวงทั้งประเทศ
นางนิภาพร อายุ 26 ปี ภรรยาของแรงงานไทยในอิสราเอล กล่าวว่า สามีทำงานอยู่ในสวนมะม่วงที่ประเทศอิสราเอลได้ประมาณปีกว่าแล้ว ซึ่งตนทราบถึงสถานการณ์ที่ประเทศอิสราเอลมาโดยตลอด คุยกับสามีอยู่เป็นประจำทุกวัน ก่อนหน้านี้ก็มีเหตุการณ์ยิงกันมาโดยตลอดแต่ในครั้งนี้หนักที่สุด ทำให้รู้สึกตกใจและเป็นห่วงสามีมาก ถึงแม้สถานที่ทำงานของสามีจะอยู่ห่างจากพื้นที่สงครามแต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้กลับมาบ้านเพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย

ด้าน น.ส.จันทนี อายุ 26 ปี ภรรยาของแรงงานไทยในอิสราเอลอีกราย กล่าวว่า สามีไปทำงานที่อิสราเอลประมาณ 2 ปี ไปเป็นคนงานอยู่ในสวนอะโวคาโด ซึ่งยังเหลืออีก 3 ปีตามสัญญาจ้างถึงจะได้กลับประเทศไทย หลังจากทราบข่าวสงครามที่ประเทศอิสราเอลรู้สึกตกใจและเป็นห่วงสามีที่ทำงานอยู่ที่นั่น แต่เนื่องจากพื้นที่ที่สามีทำงานอยู่ทางตอนเหนือของประเทศห่างไกลจากจุดที่เกิดสงครามเลยรู้สึกสบายใจ แต่ในใจก็เป็นห่วง ถ้าเลือกได้ก็อยากให้กลับประเทศไทย
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้วิดีโอคอลสอบถามไปยัง นายณัฐวุฒิ อายุ 30 ปี สามี น.ส.จันทนี ซึ่งทำงานอยู่ที่ประเทศอิสราเอล ทราบว่า สถานการณ์ที่ทำงานของตนขณะนี้ยังคงปลอดภัยดีอยู่ ยังไม่มีประกาศหยุดงานแต่อย่างใด แต่ก็ยังคงรู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รู้สึกเป็นห่วง นายพงษธร เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกันที่มาทำงานที่อิสราเอลแต่อยู่ในเขตพื้นที่สงคราม ซึ่งตนยังไม่สามารถติดต่อกับนายพงษธรได้ ได้แต่หวังว่านายพงษธรคงจะปลอดภัย

ด้าน นายอาจศึก ชนะหาญ รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (8 ต.ค.) หลังจากทราบข่าวทางจัดหางานนครราชสีมาได้ลงพื้นที่ไปให้กำลังใจแม่นายพงษธรแล้ว สำหรับแรงงานชาวโคราชที่เดินทางไปทำงานในอิสราเอล ขณะนี้มีข้อมูลรายชื่อทั้งหมด 2,163 คน ซึ่งส่วนใหญ่จะไปทำงานในภาคเกษตร ทั้งนี้ หลังจากกลุ่มฮามาสโจมตีอิสราเอลกระทรวงแรงงานได้แจ้งว่า มีแรงงานไทยถูกจับเป็นตัวประกัน 11 คน ซึ่งมีชื่อนายพงษ์ธร ไม่ทราบนามสกุล อยู่ในนั้นด้วย
นายอาจศึกกล่าวว่า สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมาจึงทำการตรวจสอบและพบว่ามีชื่อแรงงานไทยที่คล้ายกันอยู่ 1 ราย คือ นายพงษธร ขุนศรี อายุ 25 ปี ชาว อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ซึ่งไปทำงานภาคเกษตรทางตอนใต้ของประเทศอิสราเอลได้กว่า 1 ปีแล้ว ขณะนี้ญาติไม่สามารถติดต่อแรงงานไทยรายนี้ได้ แต่เมื่อเทียบชื่อ นายพงษ์ธรตามที่กระทรวงแรงงานแจ้ง จะมีตัว “การันต์” อยู่ด้วย จึงไม่แน่ใจว่าเป็นคนเดียวกันหรือไม่ ญาติยังคงมีความหวังอยู่ว่าอาจจะไม่ใช่คนเดียวกันก็ได้

นายอาจศึกกล่าวอีกว่า ส่วนแรงงานชาวโคราชคนอื่นๆ ที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล ขณะนี้ยังไม่มีใครมาติดต่อที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา คาดว่าน่าจะยังสามารถติดต่อกันได้อยู่ อย่างไรก็ตาม สำนักงานจัดหางานจังหวัดจะติดตามข้อมูลจากกระทรวงแรงงานและรัฐบาลอย่างใกล้ชิดเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาแจ้งให้ครอบครัวแรงงานในพื้นที่ได้รับทราบ โดยครอบครัวแรงงานสามารถติดต่อสอบถามได้ที่เบอร์ 0-4435-5266
ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานว่า ช่วงบ่ายวันนี้ (9 ต.ค.) นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา จะเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของนายพงษธรที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา เพื่อให้กำลังใจ และรายงานสถานการณ์ให้ทราบถึงแนวทางการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ติดอยู่ในประเทศอิสราเอลกลับประเทศไทยอย่างปลอดภัยต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

