หน้าแรก ภูมิภาค แม่แทบช็อก รู...

แม่แทบช็อก รู้ข่าวลูกชายถูกสังหารในอิสราเอล เคยขอให้กลับบ้าน อยากได้ชีวิตลูก ไม่ใช่เงิน

9.10.23 | 14:24 น.

แม่กอดภาพลูกชาย อดีตทหารแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล รู้ข่าวแล้วแทบช็อก หวังได้ร่างกลับมาบำเพ็ญกุศลบ้านเกิด

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีความไม่สงบจากการโจมตีในอิสราเอล เบื้องต้น นางกาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รายงานว่า ผู้เสียชีวิตชาวไทยที่ได้รับแจ้งจากนายจ้างอยู่ที่ 12 ราย, ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย ซึ่งรักษาตัวในโรงพยาบาล, มีชาวไทยถูกจับกุมเป็นตัวประกัน 11 ราย ส่วนรายชื่อของผู้เสียชีวิตจะขอยังไม่เปิดเผยในตอนนี้

อย่างไรก็ดี ในจำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าว ครอบครัวของ นายสมควร พันธ์สะอาด หรือ เคน แรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล รับทราบข่าวการสูญเสียแล้วตั้งแต่วานนี้ (8 ต.ค.)

สำหรับ นายสมควร หรือ เคน มีภูมิลำเนาอยู่ ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เดินทางไปทำงานที่อิสราเอลเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565 เสียชีวิตจากการถูกยิงที่คับบซต์ Nahal 02 ติดชายแดนฉนวนกาซา (อ่านข่าว : โหดเหี้ยม! เพื่อนคนงาน เล่านาที ‘เคน แรงงานไทย’ ถูกกลุ่มติดอาวุธลากตัวออกจากวงข้าวก่อนถูกสังหาร)

Advertisement

ล่าสุด นางพนิดา เสถียรจิตร แรงงานจังหวัดกาฬสินธุ์ มอบหมาย นายเสมือน ศรีพอ ผู้ช่วยแรงงาน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วย นางวาสนา รัตนเวชสิทธิ ประกันสังคม จ.กาฬสินธุ์ นายศุภชัย แวงคำ นักวิชาการแรงงานชำนาญการ สนง.จัดหางาน จ.กาฬสินธุ์ และส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงานลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจ นายกระบวน และ นางหนูพา พันธ์สะอาด ซึ่งเป็นบิดาและมารดานายสมควร โดยมี นางสุลาวรรณ ภูหวล ปลัดอาวุโส อ.เมือง ผู้นำชุมชน และญาติผู้เสียชีวิตร่วมให้ข้อมูลท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว และเพื่อนบ้านที่มาให้กำลังใจและติดตามข่าวสาร

นางหนูพา อายุ 63 ปี กล่าวว่า นายสมควรเคยเป็นทหารกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ เมื่อประมาณ 18 ปีที่ผ่านมา หลังปลดประจำการได้ไปทำงานขับรถรับจ้างที่กรุงเทพฯ ก่อนจะไปมีครอบครัวที่ จ.นครพนม แล้วเดินทางไปทำงานเกษตร โดยเป็นคนงานในสวนกล้วยที่ประเทศอิสราเอล ซึ่งไปถูกต้องตามกฎหมายผ่านกรมแรงงานเมื่อวันที่ 9 พ.ย.65 ทั้งนี้ ทราบว่ากู้เงินค่าเดินทางไปประมาณ 120,000 บาท สัญญา 5 ปี ได้เงินเดือนๆ ละ 80,000 บาท ส่งมาให้ครอบครัวที่ จ.นครพนม เดือนละ 58,000 บาท จึงเป็นเรี่ยวแรงหลักในการหาเงินเลี้ยงครอบครัวและชำระงวดรถ

นางหนูพากล่าวอีกว่า ก่อนจะได้ยินข่าวร้ายของลูกชายนั้น นายสมควรมักจะโทรศัพท์มาหาพ่อกับแม่บ่อยครั้งมากว่าสถานการณ์ที่ประเทศอิสราเอลไม่ค่อยปกติ ซึ่งตนบอกลูกชายว่าให้เดินทางกลับบ้านเสีย กลัวลูกชายจะได้รับอันตราย ตนไม่อยากได้เงินหรอก อยากได้ลูกชายกลับคืนมามากกว่า แต่ลูกก็บอกว่าช่วงนี้เป็นไข้ ไม่สบาย หากหายจากอาการไข้แล้วจะปรึกษานายจ้างอีกทีว่าจะขอเดินทางกลับไทย

นางหนูพากล่าวว่า แต่แล้วเมื่อวานนี้ เวลาประมาณ 04.00 น. ลูกสาวซึ่งเป็นพี่สาวนายสมควรโทรศัพท์มาหาตนบอกว่าให้ทำใจดีๆ เพราะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่ประเทศอิสราเอล ทั้งนี้ ทราบข่าวทางโซเชียลและเห็นภาพผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ซึ่งผู้เสียชีวิตหนึ่งในนั้นลักษณะเหมือนลูกชายตน ซึ่งจำเสื้อและกางเกงที่สวมใส่ได้ หลังทราบข่าวตนตกใจแทบช็อก ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง ขอบคุณส่วนราชการที่เกี่ยวข้องและหลายภาคส่วนลงพื้นที่มาเยี่ยมเยือนและให้กำลังใจเพื่อหาแนวทางนำร่างลูกชายกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด รวมทั้งแนวทางเยียวยาต่อไป

ด้านนายศุภชัยกล่าวว่า สำหรับความชัดเจนเรื่องแรงงานไทยชาวกาฬสินธุ์เสียชีวิตจริงหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดกับกงสุลไทยประจำประเทศอิสราเอลอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม แรงงานไทยชาวกาฬสินธุ์ที่ไปทำงานที่ประเทศอิสราเอลนั้นไปถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมด จำนวน 230 คน อยู่โซนใต้ของประเทศที่มีเหตุการณ์ไม่สงบ จำนวน 121 คน ส่วนใหญ่ทำงานด้านการเกษตร

นายศุภชัยกล่าวอีกว่า ในส่วนการติดตามและให้ความช่วยเหลือแรงงานไทยในประเทศอิสราเอลนั้น ทั้งในส่วนการช่วยเหลือขอเดินทางกลับ หรืออื่นๆ จะได้ดำเนินการอย่างเร่งรัดและรวดเร็ว สำหรับผู้เสียชีวิตได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ แรงงานไทยที่เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บที่เดินทางไปถูกต้องตามกฎหมาย หากเสียชีวิต หรือบาดเจ็บจะมีกองทุนเพื่อให้การช่วยเหลือแรงงานไทยรองรับอยู่แล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง