หนุ่มแรงงานไทย เล่านาทีชีวิต กลุ่มคนร้ายยิงทะลุกำแพงถูกขา นอนทรมานข้ามวัน โชคดีทหารอิสราเอล เข้าช่วย

หนุ่มแรงงานไทย เล่านาทีชีวิต สุดระทึก กลุ่มคนร้ายยิงทะลุกำแพงถูกขา นอนทรมานข้ามวัน โชคดีทหารอิสราเอล เข้าช่วย วอน รบ.พากลับไทย 

เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2566 ที่ จ.นครพนม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเกิดเหตุกลุ่มคนร้ายฮามาสติดอาวุธก่อสงครามความรุนแรง ในประเทศอิสราเอล ทำให้แรงงานไทยในอิสราเอลถูกทำร้าย และจับเป็นตัวประกัน รวมถึงมีการรายงานว่า มีชาวนครพนม 3 คน ถูกจับเป็นตัวประกัน และขาดการติดต่อสูญหาย และยังมีเขย จ.นครพนม ภูมิลำเนาเป็นชาว อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ เสียชีวิตรายแรก

นอกจากนี้ ยังพบว่า นายชาตรี ชาศรี อายุ 39 ปี ชาวบ้านนาทุ่งทอง ต.พระซอง อ.นาแก เป็นหนึ่งในผู้ได้รับบาดเจ็บ ถูกกลุ่มติดอาวุธกราดยิงจนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุดทางภรรยาคือ น.ส.วราชินี นามบุญแผง อายุ 37 ปี ยังสามารถติดต่อผ่านวิดีโอคอลเฟซบุ๊กได้ ยืนยันว่าสามีปลอดภัยแล้ว หลังถูกยิง จำนวน 1 นัด ทะลุต้นขาซ้าย และได้รับการช่วยเหลือจากกำลังทหารในอิสราเอลส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาล อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังกังวลเนื่องจากสงครามเกิดความรุนแรงขึ้น และวิงวอนให้รัฐบาลไทยเร่งประสานหาทางช่วยเหลือกลับไทย

นายชาตรีเปิดเผยผ่านวิดีโอคอลขณะยังพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งว่า เกิดเหตุเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ขณะตนอยู่ในบ้านพักแคมป์คนงาน ห่างจากพื้นที่เกิดสงครามประมาณเกือบ 10 กิโลเมตร จึงหยุดงานเพื่อความปลอดภัย จู่ๆ ได้ยินเสียงปืนจึงเข้าห้องน้ำและถูกกลุ่มติดอาวุธก่อความรุนแรงกราดยิงมั่ว ทำให้ลูกกระสุนปืนทะลุผนังห้องน้ำจนได้รับบาดเจ็บถูกกระสุนปืนยิงเข้าที่ขาซ้ายทะลุจากด้านหลังขาผ่านมาด้านหน้า เชื่อว่าเป็นอาวุธสงคราม โชคดีเพื่อนร่วมงานพากันหาทางช่วยเหลือ ผ่านไปกว่า 1 วัน จึงมีทหารประเทศอิสราเอลเข้ามาช่วยเหลือส่งไปรักษาที่โรงพยาบาล

Advertisement

ล่าสุดอาการปลอดภัย แต่สิ่งที่กังวลคือสงครามยังรุนแรงมากขึ้น จึงต้องการกลับบ้านเพราะห่วงชีวิต ตนเป็นเสาหลักครอบครัว ทำงานในอิสราเอลมา 4 ปี จากสัญญาครบ 5 ปี หวังจะเก็บเงินอีก 1 ปี กลับมาสร้างฐานะครอบครัว เหลือเวลาอีก 1 ปี ตัดสินใจแล้วไม่ขออยู่ เพราะห่วงชีวิต ขอกลับไปอยู่กับครอบครัว วอนรัฐบาลไทยหาทางช่วยเหลือเร่งด่วนเนื่องจากกังวลความปลอดภัย

น.ส.วราชินี นามบุญแผง อายุ 37 ปี ภรรยาแรงงานไทยที่ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนกับสามีแต่งงานกันมานานเกือบ 20 ปี มีลูกชาย 2 คน คนโตอายุ 15 ปี ลูกชายคนเล็กอายุ 4 ขวบ เดิมไม่มีอาชีพหลัก สามีจึงตัดสินใจไปทำงานประเทศอิสราเอลในฟาร์มเกษตร กู้เงินลงทุนเป็นค่าจ้างบริษัท เป็นเงิน 1.2 แสนบาท ได้เงินเดือนประมาณเดือนละ 40,000-50,000 บาท ใช้หนี้หมดตั้งแต่ปีแรก พร้อมสะสมเงินไว้สร้างฐานะ จนครบสัญญารวม 5 ปี เหลืออีก 1 ปี หวังเก็บเงินให้มากที่สุด ไม่คิดว่าจะเกิดสงครามขึ้น มาถึงวันนี้ไม่กังวลเรื่องรายได้ ห่วงชีวิตสามี ความอยู่รอด ตกลงกันจะขอกลับไทย ถึงแม้สงครามสงบ แต่ไม่ขอทำงานต่อเพราะห่วงความปลอดภัย ขอกลับมาอยู่กับครอบครัว อยากให้รัฐบาลเร่งช่วยเหลือสามีกลับไทยให้เร็วที่สุด ภรรยาเล่าทั้งน้ำตาด้วยความห่วงสามี

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image