หน้าแรก ภูมิภาค ผวา!! จระเข้ต...

ผวา!! จระเข้ตัวใหญ่หนัก 200กก. หลุดโผล่เมืองชุมพร จนท.ระดมจับ

10.01.17 | 16:28 น.

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 10 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าศูนย์วิทยุ 191 สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งจากสายตรวจ ต.ขุนกระทิง อ.เมือง จ.ชุมพรว่า มีชาวบ้านพบจระเข้ขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 3 เมตร หลุดออกจากบ่อเลี้ยงจระเข้หลังสถานีจนส่งผู้โดยสารชุมพรเมืองใหม่ ถนนสายเอเชีย 41 หมู่ 1 ต.ขุนกระทิง จึงประสานไปยังหน่วยกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ขอให้เดินทางเข้าไปตรวจสอบ แต่เนื่องจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยมีเพียงอุปกรณ์จับงูเท่านั้น ไม่มีอุปกรณ์จับจระเข้ ก่อนมีการแจ้งนายณรงค์ พลละเอียด ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รับทราบ จากนั้นนายณรงค์จึงขอให้ นายเลิศพรไชย ไชยฤทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร และ นายประจินต์ ธารศิริสิน ปลัดจังหวัดชุมพร สั่งไปยังสำนักงานประมงจังหวัดชุมพร และสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร ขอให้ส่งสัตวแพทย์พร้อมปืนยิงยาสลบเข้าไปตรวจสอบ เนื่องจากเกรงว่าชาวบ้านจะได้รับอันตราย

201701101605008-20021028190522

จากนั้น พ.ต.อ.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.ชุมพร สัตวแพทย์ธงชัย หนังสือ ผู้ช่วยปศุสัตว์จังหวัดชุมพร นายสัตวแพทย์โสภณ นาคกล่อม นายสัตวแพทย์ชาญการ สัตวแพทย์รัตนาภรณ์ ชิดอักษร และเจ้าหน้าที่ 10 คน จากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดชุมพร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สายตรวจ ต.ขุนกระทิง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานประมงจังหวัดชุมพร และหน่วยกู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ได้เดินทางไปยังจุดที่รับแจ้ง อยู่ในพงหญ้าด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารชุมพรเมืองใหม่ ห่างจากอาคารที่พักผู้โดยสารประมาณ 200 เมตร พบจระเข้น้ำจืดขนาดใหญ่ ลำตัวยาวประมาณ 3.5 เมตร กว้างประมาณ 70-80 เซนติเมตร หนักประมาณ 200 กิโลกรัม หลบอยู่ในพงหญ้า โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะใช้ปืนยิงยาสลบ แต่เนื่องจากจระเข้ตัวใหญ่มาก จึงเกรงว่ายาสลบนัดเดียวอาจไม่สามารถสยบจระเข้ได้ หากยิงว่ากว่า 1 นัดก็อาจทำให้จระเข้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่ช่วยกันล้อมจับโดยใช้เชือกมัดลำตัว ขาทั้ง 4 ข้าง และใช้เทปกาวขนาดใหญ่พันรอบปาก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงก็สามารถจับได้ จากนั้นจึงใช้คนเกือบ 20 คน อุ้มจระเข้ใส่ท้ายรถกระบะไปไว้ที่ศูนย์วิจัยและอนุรักษ์พันธุกรรมสัตว์น้ำเป็นการชั่วคราว โดยคาดว่าจระเข้ตัวดังกล่าวคงหลุดออกมาจากบ่อเลี้ยงจระเข้ด้านหลังสถานีขนส่งผู้โดยสารที่ผนังบ่อชำรุดจากน้ำท่วมจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป