น้ำท่วมอยุธยาขยายวงกว้าง กระทบแล้ว 8 อำเภอ 10,379 ครัวเรือน ต้องใช้เรือสัญจร
วันที่ 12 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากเขื่อนเจ้าพระยา ยังคง ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอยู่ที่ 1,600 ลบ.ม./วินาที ทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพระนครศรีอยุธยา คลองสาขาและแม่น้ำน้อย ระดับน้ำท่วมสูงขึ้น ท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ นอกแนวคันกั้นน้ำ
โดย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา พบระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา คลองสาขา และแม่น้ำน้อยที่รับน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 0.20 – 0.80 เมตร เข้าท่วมใต้ถุนบ้านเรือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำนอกแนวคั้นน้ำไปแล้วจำนวน 8 อำเภอ 66 ตำบล 10,379 ครัวเรือน ได้แก่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอผักไห่ อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางซ้าย อำเภอบางปะหัน ล่าสุดเพิ่มมาอีก 1 อำเภอ คืออำเภอมหาราช พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบน้ำฝนตกลงมาติดต่อกันหลายวันจนน้ำท่วมขัง
ผู้สื่อข่าวได้เดินทางลงพื้นที่ ตรวจสอบที่ ต.หัวเวียง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา พบว่า ระดับน้ำในแม่น้ำน้อย ท่วมใต้ถุนบ้านเรือน ประชาชนที่อาศัยอยู่ติดกับแม่น้ำน้อย เกือบทั้งพื้นที่ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนเริ่มได้รับผลกระทบการดำรงชีวิตประจำวัน ในการสัญจรเข้าออกหมู่บ้านเพราะระดับน้ำท่วมสูง และพื้นที่ลุ่มต่ำ
นายดำรงค์ กองสมบัติ กำนันตำบลหัวเวียง เปิดเผยว่า ระดับยังท่วมสูงขึ้นทุกวัน และเริ่มมีการระบายน้ำเข้าทุ่งบ้างแล้ว ซึ่งตำบลหัวเวียงมี จำนวนประมาณ 1,100 กว่าครัวเรือน ได้รับผลกระทบแล้ว ประมาณ 800 กว่าครัวเรือน ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วม ทำให้การใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนไม่ปกติ การสัญจร บางพื้นที่น้ำท่วมถนนภายในชุมชนแล้ว ทำให้การเดินทางเข้าออกลำบาก

