หนุ่มอุดรแรงงานในอิสราเอล กลับบ้านล็อตที่ 2 เผยนาทีหนีตาย วิ่งหลบกระสุนเข้าป่า ก่อนทหารเข้าช่วย
เมื่อเวลา 08.10 น. วันที่ 14 ตุลาคม ที่บริเวณประตูผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานนานาชาติจังหวัดอุดรธานี โดยนายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย นายสามารถ หมั่นนอก ปลัดจังหวัดอุดรธานี นางศิริโฉม หมั่นนอก รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี นายวุฒิพงษ์ ใจยศ นายอำเภอหนองวัวซอ และนางอมรทิพย์ ประทุมรัตน์ ภรรยาของ นายเกรียงศักดิ์ พันธุ์สุรี อายุ 37 ปี แรงงานไทยผู้ได้รับผลกระทบจากการสู้รบที่ประเทศอิสราเอล เดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่อำเภอหนองวัวซอ
เมื่อนายเกรียงศักดิ์ เดินทางออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้า นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการช่วยเหลือแรงงานไทยที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบที่ประเทศอิสราเอล จังหวัดอุดรธานี ได้คล้องพวงมาลัยดอกดาวเรือง ให้กับนายเกรียงศักดิ์ เพื่อเป็นการต้อนรับสู่บ้านเกิด พร้อมเดินไปส่งขึ้นรถของทางอำเภอหนองวัวซอ ที่จัดไว้รับส่ง
จากนั้นนายสามารถ หมั่นนอก ปลัดจังหวัดอุดรธานี ในฐานะเลขานุการศูนย์ ,จัดหางานจังหวัดอุดรธานี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาที่บ้านเลขที่ 72 หมู่ 2 ตำบลหนองอ้อ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี โดยมีนางบุญมี แม่และครอบครัวภรรยา ของนายเกรียงศักดิ์ กิ่งกาดชาดอำเภอหนองวัวซอ กำนันตำบลหนองอ้อ ผู้ใหญ่บ้าน คณะผู้บริหารเทศบาลตำบลภูผาแดง ร่วมให้การต้อนรับ
เมื่อนายเกรียงศักดิ์ เดินทางมาถึง ญาติพี่น้องต่างเข้ามาแสดงความดีใจที่กลับบ้านอย่างปลอดภัย ซึ่งนางบุญมี แม่นายเกรียงศักดิ์ โผเข้ากอดลูกชายทั้งน้ำตาด้วยความคิดถึง และนายเกรียงศักดิ์ได้จุดธูปไหว้บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง จากนั้นนายสามารถ หมั่นนอก ปลัดจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วยหน่วยงานและชาวบ้าน ทำพิธีผูกแขนรับขวัญนายเกรียงศักดิ์ พร้อมทั้งได้มอบถุงยังชีพและเงินช่วยเหลือจากกิ่งกาชาดอำเภอหนองวัวซอ และสำนักงานจัดหางานจังหวัดอุดรธานี ให้คำปรึกษาด้านสิทธิประโยชน์ของกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานต่างประเทศ พร้อมทั้งความช่วยเหลือด้านอื่นๆ หลังจากกลับมาภูมิลำเนา
นายเกรียงศักดิ์ เล่าว่า ตอนเช้าวันเกิดเหตุ ตนและเพื่อนร่วมงานได้ออกมาทำอาหารด้วยกันตามปกติ ตนก็ไม่รู้ว่าจะมีการยิงกัน เพราะไม่มีการแจ้งเตือน โดยเวลา 7 โมง มีเสียงไซเรนดัง พวกตนเลยพากันไปหลบตามบังเกอร์ จากนั้นไม่มีเสียงระเบิดแล้วพวกตนก็เลยพากันออกมาทำกับข้าวเหมือนเดิม ซึ่งผ่านไปประมาณเที่ยง ก็มีเสียงปืนมาจากหน้าโรงงาน และก็ไม่คิดว่าว่าจะเป็นทหารฝั่งตรงข้าม ตนคิดว่าใครยิงไล่คน แล้วจากนั้นก็มีทหารเข้ามา แต่ไม่รู้ว่าฝั่งไหนยิงปืนไปทั่วโรงงาน แล้วก็เดินมาถึงบังเกอร์ที่มีผู้ชายกับผู้หญิงหลบอยู่ แต่ไม่เห็นตรงที่ตนหลบอยู่ แล้วก็จับตัวผู้ชายและผู้หญิงไป ก่อนไปก็ยิงปืนเข้ามาอีก
จากนั้นพวกตนเลยวิ่งเข้าป่าไปหลบ สักพักพวกตนก็ออกมาจากป่า เพราะว่าหิวข้าวจะกลับมาทำกับข้าวกิน ซึ่งก็คิดว่ากกลุ่มทหารไปกันหมดแล้ว โดยกลุ่มทหารก็แอบกลับมาอีก เพราะเห็นพวกตนอยู่ตรงนั้น แล้วก็ยิงปืนใส่พวกตนเลย ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างพากันวิ่ง แต่ไม่รู้ว่าถูกยิงไหม เพราะตนก็อยู่ในห้องไม่ได้ออกมานั่งกินข้าวด้วย หลังจากเกิดเหตุตนยังไม่ได้ติดต่อกลับมาที่บ้าน เพราะถูกตัดสัญญาณหมดแล้ว หลังจากนั้นเพื่อนที่อยู่ด้วยกันก็พยายามประสานทหารมารับตัว เพื่อออกจากพื้นที่ พอออกจากพื้นที่ได้ ก็ไปอยู่ทางภาคเหนือของประเทศอิสราเอล
“ตนไม่คิดว่าจะได้กลับมาประเทศไทยเร็วขนาดนี้ นึกว่าจะอยู่อีกหลายวัน ซึ่งทางสถานทูตเร่งให้เลยได้กลับมาเร็ว อยากขอบคุณสถานทูต และรัฐบาลที่ช่วยเหลือเร่งให้ได้กลับมาเร็ว และฝากถึงเพื่อนแรงงานที่อยู่นั่นถ้าไม่ปลอดภัยก็อยากให้กลับมาบ้านเรา หลังจากนี้ตนก็คงพักก่อนยังไม่ได้คิดจะไปทำอะไร ขออยู่กับครอบครัวก่อน”

