ชาวสวนยางเมืองคอนโวยโดนแหกตาส่งปุ๋ย 2 กส. ลั่นเรื่องนี้ต้องถึง ‘ธรรมนัส’

ชาวสวนยางเมืองคอนโวยโดนแหกตาส่งปุ๋ย 2 กระสอบ ลั่นเรื่องนี้ต้องถึง ‘ธรรมนัส’

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน จากกรณีนายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อย ได้รับเอกสารใบสั่งจ่ายเงินค่าวัสดุและปัจจัยการผลิตเพื่อเกษตรกรผู้รับการส่งเสริมแบบรายตัวตาม โครงการจัดหาวัสดุและปัจจัยการผลิตเพื่อเกษตรกรผู้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทน ออกโดย กยท.สาขาทุ่งสง เลขที่ 0000051 เล่มที่ 00004

ทั้งนี้ ในเนื้อหาระบุชื่อเกษตรกรผู้ซึ่งเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ให้มารับปุ๋ยจำนวน 1 กระสอบ สูตร 15-15-15 สำหรับใส่ต้นไม้ที่ต้องปลูกทดแทนยาง ในราคา 1,338 บาท ทั้งนี้ เงินจำนวนดังกล่าว เป็นเงินที่ได้จากการสงเคราะห์การทำสวนยาง และมีโครงกาปลูกพืชทดแทนสวนยาง เมื่อหักลบแล้วแต่ละแปลงจะมีเงินเหลือ แต่กลุ่มผู้จัดทำโครงการดังกล่าว ฉวยโอกาสส่งปุ๋ยแทนการทอนเงิน

นายมนัสเปิดเผยว่า ตอนแรกก็รู้สึกดีใจว่าได้ปุ๋ยมาไม่ต้องซื้อ แต่พอมาเช็กราคาร้านขายปุ๋ย ทำไมถึงแพงกว่าร้านค้าทั่วไปหลายร้อยบาท จึงอยากให้คณะทำงานต้องออกมาชี้แจง หลังจากที่ตัวเองออกมาโวย ก็มีเกษตรกรนับร้อยออกมาแจ้งว่าเจอแบบเดียวกัน จึงมีตัวแทนชาวสวนยางไปสอบถาม กยท.สาขาทุ่งสง ปรากฏว่าไม่พบผู้รับผิดชอบโดยตรง เจ้าหน้าที่ให้คำตอบว่า คนที่ให้เซ็นเอกสารคือนายหน้าขายปุ๋ย ไม่เกี่ยวกับ กยท.แล้วบางรายไม่ได้มีเอกสารที่ปรากฏ แต่บังเอิญว่าของตัวเองได้ถ่ายสำเนาเอาไว้ จึงปรากฏหลักฐานชัดเจน เรื่องปุ๋ยที่ชาวสวนใช้ใส่พืชขอทุนปลูกแทนยางพารา สูตร 15-15-15 ที่บุคคลคณะหนึ่งสมคบคิดกันไปจัดหาแล้วนำมายัดเยียดขายให้กับเกษตรกรที่ขอทุนฯ โดยใช้เอกสารหลักฐานที่มีการลงนามบางช่องจาก พนง. (เสมือนให้ดูเป็นใบรับ-จ่ายปุ๋ย) ซึ่งทำให้เกษตรกรหลงประเด็น แล้วเซ็นชื่อโอนสิทธิการเบิกจ่ายเงินจากบัญชี และไม่ออกใบเสร็จรับเงินหรือเอกสารใดๆ ให้เกษตรกรถือกลับบ้านเพื่อได้ทำความเข้าใจในภายหลัง
จึงขอตั้งข้อสังเกต ต่อไปนี้
1.เกษตรกรต้องจ่ายค่าปุ๋ยในราคาที่สูงกว่าแหล่งขายปุ๋ยอื่นๆ ในระยะ วัน/เดือน/ปี เดียวกัน ถึงหน่วยละ ๔.๗๖/๒๓๘ บาท กก./กระสอบ เพื่อประสงค์ให้มีเงินส่วนต่างรวมกันจำนวนมาก ต้องไปตกเป็นของใคร..?
2.กลุ่มผู้จัดหาปุ๋ยมาขาย ได้กระทำการตามอำนาจหน้าที่ โดยคำสั่งการของพนักงานผู้มีอำนาจ หรือกระตามระเบียบข้อที่คณะกรรมการการยางได้มีมติกำหนดไว้หรือไม่?
3.การจัดหาปุ๋ยล็อตนี้ (และอาจจะมีในล็อตถัดไป ดูตามปริมาณสต๊อกที่เห็นยังมีกองไว้อีกจำนวนมาก) ได้ใช้วิธีการคิด โดยบุคคลหรือคณะบุคคลใด? ภายใต้อำนาจ คำสั่งจาก พนง.ระดับไหน และมีเอกสารหลักฐานให้ดำเนินการอย่างไร?
4.การใช้อำนาจ ซึ่งอาจจะไม่ใช่หน้าที่ ที่มีผลกระทบต่อผลได้ผลเสียของเกษตรกร ซึ่งครอบคลุมเป็นวงกว้าง อันอาจจะขัดต่อระเบียบข้อกำหนดขององค์กร ย่อมไม่มีผลผูกพันกับองค์กร (การยางแห่งประเทศไทย) ครั้นเมื่อถึงที่สุด พิสูจน์ว่ามีความผิดทั้งทางแพ่งและอาญา ใครที่ต้องชดใช้และรับผลการกระทำนั้น

Advertisement

นายมนัสกล่าวอีกว่า ได้พยายามติดต่อโทรหาและสอบถามมาหลายวันแล้วนะครับ! เพื่อให้ผู้มีอำนาจและมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง ทำให้มันกระจ่าง แต่ยังเฉย ซึ่งนับต่อแต่นี้ก็เป็นเรื่องของท่านและคณะผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไปตอบในที่ควรจะตอบเอง และจะไม่รอแล้ว ในฐานะตัวแทนเกษตรกรรายหนึ่งกล่าว ต้องให้ถึงนายธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะท่านรับผิดชอบ ท่านต้องให้ลูกน้องท่านออกมาชี้แจงว่าทำอะไรกัน เงินหายไปไหน เอาไปทำอะไร ต้องได้ยินเสียงหวูดรถไฟสายใต้ใช่หรือไม่ ชั้น 3 นั่ง เจอกันที่กระทรวงเกษตรและรัฐสภา ไปถึงแน่นอน

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image