แม่แรงงานโคราชที่เสียชีวิตในอิสราเอล เตรียมรับศพบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด เผยชีวิตครอบครัวลำบากทำให้ลูกต้องดิ้นรนไปทำงานต่างประเทศ หากชาติหน้ามีจริง ขอให้ลูกไปเกิดในครอบครัวที่ไม่ลำบาก
เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม นายไพรัตน์ อินทร์ปัญญา นายอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา ได้ลงพื้นที่มาพบกับนางสุรางคณา ขุนศรี แม่ของนายพงษธร ขุนศรี แรงงานไทย ชาวจังหวัดนครราชสีมา ที่เสียชีวิตในประเทศอิสราเอล เพื่อพูดคุยรายละเอียดการจัดงานศพ หลังจากได้มีประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับประสานเป็นการภายในจากบริษัทจัดการศพของอิสราเอล ว่า สถาบันนิติเวชของอิสราเอลอนุญาตให้นำร่างของคนไทยที่เสียชีวิต จำนวน 8 ราย ออกจากสถาบันนิติเวช ซึ่งสถานทูตจะส่งร่างพี่น้องแรงงานไทยชุดแรกดังกล่าวกลับประเทศไทย ด้วยสายการบิน El Al เที่ยวบินที่ LY083 ออกจากอิสราเอลในวันที่ 19 ตุลาคม 2566 เวลา 20.00 น. และถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในวันที่ 20 ตุลาคม 2566 เวลา 08.50 น.
ซึ่งคาดว่าร่างของนายพงษธรจะมาถึงบ้านเกิดที่อำเภอเฉลิมพระเกียรติภายในช่วงเย็นพรุ่งนี้ (20 ตุลาคม 2566) ซึ่งทางครอบครัวของนายพงษธร ได้ส่งรูปถ่ายของนายพงษธร ไปให้ร้านถ่ายรูปขยายและจัดทำรูปสำหรับใช้ในงานศพเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงเอกสารยืนยันวันที่นายพงษธร เสียชีวิตอย่างเป็นทางการเท่านั้น
นายไพรัตน์กล่าวว่า วันนี้ได้ลงมาพูดคุยรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดงานศพให้กับนายพงษธร พบว่าแม่ของนายพงษธรมีกำลังใจที่ดี เพราะมีเพื่อนบ้านมาคอยเป็นกำลังใจตลอดเวลา โดยหลังจากพูดคุย ทราบว่าร่างของนายพงษธร จะมาถึงช่วงเย็นของวันพรุ่งนี้ จะมีพิธีรดน้ำศพและทำการสวดพระอภิธรรมเป็นคืนแรก ก่อนที่จะทำพิธีฌาปนกิจในวันอาทิตย์ที่ 22 ตุลาคม 2566 โดยทางจังหวัดนครราชสีมาจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายต่างๆ ในพิธีศพ เพื่อที่จะให้เงินที่จะได้รับจากกรณีการเสียชีวิตของนายพงษธร เหลือมากที่สุด ทางครอบครัวจะได้มีไว้ใช้จ่ายในการใช้ชีวิตประจำวันต่อไป
ด้านนางสุรางคณา มาราดาของนายพงษธร แรงงานที่เสียชีวิต ได้เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อคืนนี้มีเพื่อนบ้านมาอยู่ด้วยกันหลายคน ต่างพูดคุยอย่างมีความหวัง ว่าการเสียชีวิตของนายพงษธรจะเป็นเรื่องการเข้าใจผิด จนกระทั่งเวลาประมาณเที่ยงคืน ทางสถานกงสุลไทยได้โทรมาแจ้งกำหนดการในการส่งร่างของนายพงษธรกลับมายังประเทศไทย ทำให้วินาทีนั้น ความหวังที่ยังคงมีอยู่ได้หมดไป ซึ่งรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังดีที่ได้ทำใจเอาไว้บ้างแล้ว ว่า ลูกชายของตนนั้นเสียชีวิตไปแล้ว อย่างน้อยก็ได้สมหวังที่ยังมีโอกาสได้เห็นหน้าลูกเป็นครั้งสุดท้าย แม้จะเป็นร่างที่ไร้วิญญาณก็ตาม
นางสุรางคณากล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังจากรับศพมาแล้ว ก็จะมีการทำพิธีเชิญวิญญาณของนายพงษธรกลับบ้านและขอให้ดวงวิญญาณของนายพงษธรไปสู่ภพภูมิที่ดี ไม่ต้องกังวลถึงภาระหนี้สินที่อยู่ข้างหลัง และถ้าหากชาติหน้ามีจริง ขอให้ได้เกิดมาเป็นแม่ลูกกันอีก หรืออย่างน้อยก็ไปเกิดในครอบครัวที่ร่ำรวยและอยู่สบายมากกว่านี้ จะได้ไม่ต้องลำบากดิ้นรนไปทำงานต่างประเทศจนเสียชีวิตในที่สุด

