หน้าแรก ภูมิภาค 2 ครอบครัวรอร...

2 ครอบครัวรอรับร่างลูกจากอิสราเอล แม่แช่งกลุ่มคนฆ่า ขอให้ตายเหมือนที่ทำกับลูก

19.10.23 | 16:33 น.

ครอบครัว ‘กุสะรัมย์’ และครอบครัว ‘นาจันทร์’ เตรียมรับศพลูกชายที่เสียชีวิตในอิสราเอล จำนวน 3 ศพ ประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิด หลังสถานทูตแจ้งกำหนดการพาร่างไร้วิญญาณถึงสนามบินสุวรรณภูมิ 9 โมงเช้าพรุ่งนี้ ขณะที่พ่อของ 2 พี่น้องที่เสียชีวิตยังทำใจไม่ได้ ต้องหันหน้าพึ่งศาสนาและวัดเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของ นายลำเพย กุสะรัมย์ อายุ 62 ปี บิดาของ นายพงษ์เทพ กุสะรัมย์ อายุ 26 ปี และ นายอภิชาติ กุสะรัมย์ อายุ 29 ปี สองพี่น้องซึ่งเป็นแรงงานไทยที่เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความรุนแรงในประเทศอิสราเอล โดยครอบครัวและญาติๆ ได้จัดเตรียมสถานที่ภายในบริเวณบ้าน เพื่อเตรียมรับศพของลูกชายทั้ง 2 คน ประกอบพิธีทางศาสนา บรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ญาติพี่น้องและชาวบ้านได้มาช่วยกันจัดเตรียมโต๊ะ เก้าอี้ และกางเต็นท์ รวมทั้งจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มไว้ต้อนรับผู้ที่จะเดินทางมาร่วมสวดพระอภิธรรม รวมทั้งให้กำลังใจครอบครัวที่สูญเสียบุตรชายทั้ง 2 คน จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น

นายลำเพยกล่าวว่า รับทราบเป็นที่แน่ชัดแล้วว่าบุตรชายทั้ง 2 คนเสียชีวิตแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่แรงงานจังหวัดขอนแก่นโทรศัพท์แจ้งข่าวให้ทราบ โดยบอกว่าจะพาร่างลูกชายทั้ง 2 คน จากอิสราเอลพามาถึงสนามบินสุวรรณภูมิในช่วงเช้าของวันพรุ่งนี้ (20 ตุลาคม) หลังทราบข่าวแม้ว่าตนและญาติๆ จะยังอยู่ในอาการโศกเศร้า แต่ก็ช่วยกันจัดเตรียมสถานที่ภายในบริเวณบ้านเพื่อรอรับร่างลูกชายทั้ง 2 คน คาดว่าจะมาถึงบ้านเกิดที่ อ.หนองสองห้อง ช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้

Advertisement

นายลำเพยกล่าวว่า ตอนนี้ร่างของนายพงษ์เทพ ลูกชายคนเล็ก ได้รับการพิสูจน์อัตลักษณ์และได้รับยืนยันแน่ชัดแล้ว แต่สิ่งที่ยังเป็นกังวลคือศพของนายอภิชาต ลูกชายคนโต ที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นร่างไหนใน จำนวน 8 ศพคนไทยที่เสียชีวิตและจะส่งกลับมาประเทศไทย จึงให้ทางการช่วยตรวจสอบให้แน่ชัด

นายลำเพย กุสะรัมย์ พ่อของนายพงษ์เทพและนายอภิชาติ

พ่อผู้เสียชีวิตกล่าวด้วยว่า การเสียชีวิตของลูกชายทั้ง 2 คนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัว และกระทบจิตใจของตนเองเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อปีที่แล้วภรรยาของตนเอง ซึ่งเป็นแม่ของลูกทั้ง 2 คนที่เสียชีวิตก็เพิ่งเสียชีวิตไป แต่ผ่านไปยังไม่ถึงปีต้องสูญเสียลูกชายไปอีก 2 คน ทำให้สลดใจเป็นอย่างมาก เพราะลูกชายทั้ง 2 คนเป็นคนดี เรียนเก่ง ขยันทำมาหากิน ไม่เคยทำให้ครอบครัวเสียใจ

นายลำเพยกล่าวอีกว่า จากการกระทำของกลุ่มฮามาสที่ทำกับลูกของตนเองและคนอื่นๆ ตนไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างไร เพราะพูดไปคงไม่ได้ลูกกลับคืนมา และพฤติกรรมที่กลุ่มฮามาสกระทำในครั้งนี้คงถูกปลูกฝังมาแบบนั้น เพราะเห็นใครก็ฆ่าทิ้งหมด บอกได้เพียงว่าอยากให้สงสารกัน เพราะเราต่างเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน อย่าทำร้ายกันถึงชีวิตขนาดนี้ ลูกของตนตนก็รักมาก ยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ หลังเกิดเหตุต้องไปวัดทำบุญทุกวัน เอาหนังสือพระมาอ่าน มาสวดมนต์เพื่อให้จิตใจเข้มแข็งและลดความทรมานในหัวใจ

“หากลูกฟังอยู่อยากบอกลูกว่าหากไปแล้วก็ขอให้ไปดี ไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อจะเข้มแข็ง ไม่ทำให้ลูกเสียใจแน่นอน จะเข็มแข็งเพื่อดูแลหลานสาววัย 4 ขวบ ซึ่งเป็นลูกสาวของนายอภิชาต หลานสาวก็ถามหาพ่อตลอดว่าพ่ออยู่ไหน ผมไม่สามารถเอ่ยปากบอกหลานถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อเขาได้ ส่วนเรื่องการช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ต้องขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือ หลังจากนี้จะขอทำหน้าที่พ่อในการส่งดวงวิญญาณลูกเป็นครั้งสุดท้ายให้ดีที่สุด โดยจัดงานสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน” นายลำเพยกล่าว

จากนั้นผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านของ นางหมวย นาจันทร์ อายุ 57 ปี ใน ต.โนนธาตุ อ.หนองสองห้อง ซึ่งสูญเสียลูกชายคือ นายพิชิต นาจันทร์ อายุ 27 ปี โดยครอบครัวร่วมจัดเตรียมสถานที่เพื่อรอรับร่างลูกชายที่จะถึงไทยพรุ่งนี้เช้า

นางหมวยกล่าวว่า มีลูกชาย 2 คน นายพิชิตเป็นลูกคนเล็ก เพิ่งจะเดินทางไปทำงานที่อิสราเอลได้ไม่ถึงปีก็ต้องมาเสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงครั้งนี้ หลังเกิดเหตุได้ทราบจากเพื่อนของนายพิชิตว่าวัตถุประสงค์ของการเดินทางไปทำงานของลูกชายคือตั้งใจจะไปทำงานหาเงินมาไว้จัดงานบวชทดแทนบุญคุณพ่อแม่ หลังเกิดความสูญเสียในช่วงแรกๆ ตนทราบจากเพื่อนของลูกที่ทำงานอยู่ จ.ระยอง ว่านายพิชิตไปเข้าฝัน โดยเพื่อนบอกว่านายพิชิตไปเล่นด้วย เพื่อนของนายพิชิตจึงโทรศัพท์มาเล่าให้แม่ฟัง ตอนนั้นยังมีความหวังว่าลูกจะยังมีชีวิตอยู่ จนกระทั่งทราบภายหลังว่าลูกเสียชีวิต ยอมรับว่าโกรธมากที่กลุ่มฮามาสฆ่าลูกตนเองอย่างเลือดเย็น ซึ่งตนเองก็ได้สาปแช่งกลุ่มที่ฆ่าลูกว่าขอให้พวกมันถูกฆ่าตายเหมือนกับที่ทำกับลูกของแม่

นางหมวยกล่าวด้วยว่า ตอนนี้นอกจากเรื่องการเตรียมส่งดวงวิญญาณให้ลูกแล้ว สิ่งที่ครอบครัวกังวลคือเรื่องหนี้สินที่ได้ไปกู้ยืมจากญาติพี่น้องเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำงานที่อิสราเอลของลูกชายทั้ง 2 คน ซึ่งเหลืออยู่ประมาณ 50,000 บาท อยากให้หน่วยงานภาครัฐช่วยเหลือในเรื่องนี้ เพราะขณะนี้ลูกชายคนโตกำลังเดินทางกลับมาจากอิสราเอล โดยซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาด้วยเงินตนเอง เพราะต้องการกลับมาหาแม่ให้เร็วที่สุดและส่งดวงวิญญาณของน้องชาย

นางหมวยกล่าวว่า ครอบครัวยังไม่รู้ว่าจะให้ลูกชายคนโตกลับไปทำงานที่อิสราเอลอีกหรือไม่ เพราะเหตุการณ์ยังไม่สงบ ตอนนี้ที่ต้องทำให้ดีที่สุดคือการจัดงานศพส่งดวงวิญญาณลูกชาย โดยจะสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 3 คืน หลังจากเสร็จงานนี้จึงจะปรึกษากันอีกครั้ง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง