หน้าแรก ภูมิภาค อย่างหลอน! เม...

อย่างหลอน! เมีย เล่า วิญญาณผัวถูกระเบิดแคมป์สุดเฮี้ยน เข้าฝัน-ทำไฟดับเขย่าตู้ คาดดีใจได้กลับบ้าน

19.10.23 | 17:20 น.

อย่างหลอน! เมีย เล่า วิญญาณหนุ่มอุดรถูกระเบิดแคมป์สุดเฮี้ยน เข้าฝัน-ทำไฟดับเขย่าตู้ คาดดีใจได้กลับบ้าน เตรียมสถานที่รอรับศพถึงไทยพรุ่งนี้ บอกขอเกิดเป็นคู่กันทุกภพทุกชาติ

จากกรณีกลุ่มฮามาส บุกโจมตีอิสราเอล ทั้งบนอากาศและภาคพื้นดิน เมื่อเช้ามืดวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีพลเมืองผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตจำนวนมาก รวมทั้งแรงงานไทยที่ไปทำงานในอิสราเอล ซึ่งมีแรงงานชาวอุดรธานี ถูกกลุ่มติดอาวุธฮามาสบุกเข้าแคมป์คนงานไทย ใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิตในห้องพักรวม 6 คน โดยศพ 1 ใน 6 ตามคลิปภาพถูกระบุว่าเป็นศพของนายชัยรัตน์ สุนาสันต์ หรือปู อายุ 39 ปี ชาว อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี

หลังจากถูกยิงเสียชีวิตได้ 1 วัน วิญญาณก็มาเข้าฝันนางสาวเอื้อนจิตร รักชาติ อายุ 41 ปี ภรรยา ทุกคืนว่า ตนเองยังไม่เสียชีวิต และรอคนมาช่วยออกจากห้องหลบภัยกับเพื่อนรวม 6 คน แต่ความเป็นจริงทั้งหมด 6 คน ถูกกลุ่มฮามาสยิงเสียชีวิตในห้องหลบภัยทั้งหมดแล้ว โดยนางสาวเอื้อนจิตร วอนรัฐบาล หากเป็นไปได้อยากให้นำร่างสามีกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้านเกิด ไม่อยากได้เพียงเถ้ากระดูกสามี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 171 หมู่ 9 บ้านโนนสูง ต.บ้านหยวก อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายชัยรัตน์ สุนาสันต์ หรือปู อายุ 39 ปี แรงงานไทยที่ถูกกลุ่มฮามาสบุกยิงเสียชีวิตกองกันอยู่ภายในห้องพักรวมกับเพื่อนๆ โดยมีเพื่อนบ้านและญาติได้ช่วยกันจัดสถานที่บำเพ็ญกุศลอยู่ข้างบ้าน โดยนำเต็นท์มากางให้แขกที่จะมาร่วมงาน และนำเตียงมาให้พระภิกษุนั่งสวดอภิธรรม และจะทำการฌาปนกิจศพในวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคมนี้

Advertisement

หลังจากช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา เวลา 01.00 น. (19 ต.ค.66) เจ้าหน้าที่กงสุลไทยในประเทศอิสราเอล โทรมาแจ้งข่าวกับนางสาวเอื้อนจิตร รักชาติ ภรรยานายชัยรัตน์ ให้ทราบว่า ขณะนี้ทางรัฐบาลไทยและรัฐบาลอิสราเอล จะดำเนินการส่งศพแรงงานไทยกลับภูมิลำเนา 8 ราย โดย 1 ในนั้นระบุชื่อนายชัยรัตน์ สุนาสันต์ โดยศพแรงงานไทยทั้งหมด จะเดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ช่วงเช้าวันที่ 20 ตุลาคม นี้ และให้รอรับศพสามีอยู่ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมารับที่สนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าศพจะถึงบ้านช่วงค่ำวันเดียวกัน

โดยนางสาวเอื้อนจิตร รักชาติ ภรรยานายชัยรัตน์ ที่ยังอยู่ในอาการโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและยังไม่ทันตั้งตัว ได้นำรูปภาพของสามีที่เตรียมไว้ที่หน้าโลงศพ ออกมาตั้งที่หน้าบ้าน แล้วจุดธูปบอกดวงวิญญาณสามีว่า “ไม่ต้องเป็นห่วงฉัน เพราะฉันรู้อยู่ว่าเธอรักและเป็นห่วงฉันมาก แต่เราอยู่กันคนละภพแล้ว ขอให้ดวงวิญญาณเธอไปสู่สุขติ ชาตินี้เราสองคนอยู่ด้วยกันได้ไม่นาน ก็มาจากกันไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ หากชาติหน้าภพหน้ามีจริง ก็ขอให้กลับมาเป็นคู่ครองรักกันเหมือนเดิม แต่ขอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันนานกว่าชาตินี้ ให้เธอไปรอฉันในชาติหน้า ไม่นานฉันก็จะตามไปอยู่กับเธอ ทุกภพทุกชาติไปตลอดกาลนาน” ก่อนจะกอดรูปสามีร้องไห้ด้วยความเศร้า

นางสาวเอื้อนจิตรเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ขอบคุณรัฐบาลไทย และรัฐบาลอิสราเอล นายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ จ.อุดรธานี และในประเทศอิสราเอล ที่ช่วยดำเนินการนำร่างสามีกลับมาบำเพ็ญกุศลที่บ้าน โดยไม่ต้องเดินทางไปรับศพที่สนามบินสุวรรณภูมิ และจะฌาปนกิจศพสามีในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคมนี้ ตั้งแต่ทราบข่าวว่าสามีเสียชีวิตไป เขาก็มาเข้าฝันทุกวัน แถมยังบอกว่ายังมีชีวิตอยู่ ล่าสุดมาเข้าฝันกลางดึกคืนวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ในฝันสามีเดินเข้ามาในห้องนอนตน แล้วมากอดด้านหลัง นั่งร้องไห้อยู่บนเตียง ตนก็ได้พูดปลอบใจสามีไปว่า ไม่ต้องเป็นห่วงอะไร เราอยู่คนละภพภูมิแล้ว

”ก่อนสามีจะพาดวงจิตของตนไปยังที่เกิดเหตุ ภายในห้องพักที่เขาหลบภัยอยู่กับเพื่อนรวม 6 คน ในฝันตนรู้สึกชาไปทั้งตัว เหมือนถูกผีอำ และขยับตัวไม่ได้ ตนเห็นท่าไม่ดี จึงท่องบทสวดมนต์ ก่อนร่างกายจะผ่อนคลายคืนปกติ และได้สะดุ้งตื่นขึ้นมา หลังนอนหลับไปเพียง 5 นาที จากนั้นได้มีกลิ่นตัวของสามีตามมา เชื่อว่าเป็นวิญญาณของสามีที่ทำให้ได้กลิ่น ทั้งที่ตนได้เก็บเสื้อผ้าสามี เพื่อเตรียมไว้ประกอบพิธีทางศาสนาแล้วในตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอน แต่ทุกคืนวันที่ผ่านมาก็ไม่มีกลิ่นตัวสามีรุนแรงขนาดนี้”

นางสาวเอื้อนจิตรกล่าวอีกว่า ต่อมาเวลา 01.00 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2566 เจ้าหน้าที่กงสุลไทยในประเทศอิสราเอล โทรศัพท์มาบอกว่าพรุ่งนี้จะนำร่างสามีกลับประเทศไทย รวมกับแรงงานคนอื่นๆ ที่เสียชีวิต 8 คน แต่มีคนอุดรธานี 2 คน คือสามีตนและนายอนุชา โสภากุล ชาว อ.กุมภวาปี หลังจากนั้นไฟในห้องนอนก็ดับ ตู้เสื้อผ้าและตู้เครื่องแป้งสั่นและมีเสียงดัง จากนั้นไม่นานไฟก็มา ตนเชื่อว่าวิญญาณสามีจะมาบอกให้รับรู้ว่า กำลังจะเดินทางกลับบ้าน ตนจึงบอกดวงวิญญาณสามีไปว่า รับรู้แล้วไม่ต้องเป็นห่วง พอตื่นเช้ามาก็บอกญาติพี่น้องเตรียมรอรับศพสามีกลับบ้าน