‘กัน จอมพลัง’ ช่วยครอบครัวน้องออกัส ผลชันสูตรพบกะโหลกศีรษะร้าวทำเสียชีวิต หลังถูกจ้างเลี้ยง

‘กัน จอมพลัง’ ช่วยครอบครัวน้องออกัส ผลชันสูตรพบกะโหลกศีรษะร้าวทำเสียชีวิต หลังถูกจ้างเลี้ยง

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา กัน จอมพลัง” หรือ นาย กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ พา นางสาวธัญญารัตน์ แก่นคำชู อายุ 24 ปี นายจักรกริช ฤทธิ์เทพ อายุ 23 ปี พ่อและ แม่ของ น้องออกัส อายุ 2 เดือน เข้าพบกับ พ.ต.อ.ชัยยะ เพ็ชร ปัญญา รอง ผบก.ภจว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ.สมเจษฐ์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย นางอรพญา พลอยทับทิม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขอให้ช่วยตรวจสอบสืบสวนหาข้อเท็จจริง การเสียชีวิตของลูก น้องออกัส วัยเพียง 2 เดือน

หลังจากทราบผลการชันสูตรพลิกศพ ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ว่า น้องออกัสวัย 2 เดือน มีร่องรอยของการถูกกระแทก ที่ศีรษะ กะโหลกแตกร้าว และมีบาดแผลถลอกตามร่างกาย ปอดมีการอักเสบ จากการนำลูกชายไปจ้างให้คนในชุมชนเลี้ยงน้องออกัส แล้วเสียชีวิต เมื่อวันที่ 1 ก.ย.66 เข้าพบ

นายจักรกริช พ่อน้องออกัส เปิดเผยว่า ตนมีลูกกชายคนแรกกับภรรยา หลังจากที่ภรรยาเลี้ยงลูกเองได้ประมาณ 1 เดือน ต้องกลับไปทำงานตามปกติ แม่ของตนได้แนะนำให้นำลูกไปจ้างนางติ๋ม ที่มีอาชีพรับจ้างเลี้ยงเด็ก อยู่ในชุมชน ม.7 ต.ลำตาเสา อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เริ่มว่าจ้างเลี้ยงตั้งแต่เดือน ก.ค.2566 จะไปส่งตอนเช้า และจะรับกลับบ้านในช่วงเย็น โดยว่าจ้างเดือนละ 3,500 บาท

Advertisement

ต่อมาเมื่อวันที่ 23 ส.ค.66 ช่วงเช้าได้พาลูกชาย ไปฉีดวัคซีน ตามวัยของเด็กที่ต้องรับวัคซีน หลังจากฉีดวัคซีนเสร็จ ได้พาลูกชายไปส่งให้นางติ๋มเลี้ยงตามปกติ จนเวลาผ่านไปประมาณ 3-4 ชั่วโมง นางติ๋มได้โทรมาบอกว่า ลูกชายหมดสติ นอนไม่หายใจ จึงได้พาลูกชายของตนเองไปส่งโรงพยาบาลวังน้อย อาการสาหัสต้องเคลื่อนย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เป็นเจ้าชายนิทรา รักษาตัวจนถึงวันที่ 1 ก.ย. ลูกชาย เสียชีวิต ได้มีการส่งศพไปผ่าชันสูตร ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี ครั้งแรกตนคิดว่าลูกชายอาจจะเสียชีวิตจากการฉีดวัคซีน สอบถามนางติ๋มแล้วยังให้การวกไปวนมาผิดสังเกต

จนมาทราบผลการชันสูตรอย่างละเอียดจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ระบุสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชายว่า มีเลือดออกใต้หนังศีรษะและกะโหลกศีรษะร้าว บริเวณท้ายทอยด้านขวา แพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากบาดเจ็บที่ศีรษะ ร่วมกับปอดอักเสบ ตนและภรรยาจึงสงสัยว่าน้องออกัส ลูกชายเสียชีวิตจากการถูกทำร้าย หรือความประมาท จึงได้ร้องเรียนผ่าน กัน จอมพลัง ให้ช่วยติดตามความคืบหน้าของคดี

ต่อมา กัน จอมพลัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองลำตาเสา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบบ้านของนางติ๋ม ที่รับจ้างเลี้ยงเด็กพบว่าเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีรั้วล้อมรอบ โดยพบภายในบ้านมีเด็ก ที่รับเลี้ยงอยู่จำนวน 5 คน ต่างอายุกัน ตั้งแต่ 2 เดือนจนถึงประมาณ 3 ขวบ โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปด้านในบ้าน เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการพูดคุยกับนางติ๋ม และตรวจสอบภายในบ้าน ประมาณ 1 ชั่วโมง

กัน จอมพลัง ออกมาเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า จากการตรวจสอบสอบบ้านที่รับเลี้ยงเด็ก พบว่าทางนางติ๋ม ไม่มีใบประกอบ สถานบริการรับเลี้ยงเด็ก ซึ่งในบ้านมีเด็กอยู่ทั้งสิ้น 5 คน ส่วนทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตนั้นได้นำน้องมาฝากเลี้ยงไว้ และวันที่พ่อแม่นำไปฉีดวัคซีนแล้วนำน้องออกัสกลับมาที่บ้านเลี้ยงเด็กอีกครั้งหลังจากนั้นก็เกิดน้องช็อกจนทางพี่เลี้ยง โทรศัพท์แจ้งให้พ่อแม่ทราบหลังจากนั้นน้องก็เสียชีวิตตอนแรกเข้าใจว่าสาเหตุน่าเกิดจากการฉีดวัคซีน แต่พอผลชันสูตรทางสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ออกมาผลออกมาว่าน้อง ออกัสมีบาดแผลบริเวณศีรษะจนกะโหลกร้าวแต่ ก็ต้องดูรายละเอียดอีกครั้ง ว่าเกิดจาดสาเหตุอะไรที่ทำให้น้องเสียชีวิต ต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งสองฝ่ายส่วน ส่วนบ้านที่รับเลี้ยงเด็ก ผู้รับจ้างเลี้ยงไม่ได้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิด

พ.ต.อ.สมเจตน์ แม้นบุตร ผกก.สภ.วังน้อย กล่าวว่า จะต้องทำการสืบสวนสอบสวนผู้เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างละเอียด ตามช่วงวันเวลา ทั้งก่อนเกิดเหตุ หลังเกิดเหตุ ให้ความเป็นธรรมทั้งฝ่ายตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะทางนิติวิทยาศาสตร์

นางอรพญา พลอยทับทิม หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เผยกับผู้สื่อข่าวว่าหลังจากตรวจสอบแล้ว สถานประกอบการแห่งนี้แล้วไม่มีใบรับอนุญาตและมีเด็กเลี้ยงอยู่ในบ้านทั้งสิ้น 5 คน ตรวจสอบเด็กทั้งหมดไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย จากการพูดคุยกับพี่เลี้ยงหรือคนดูแล ส่วนเด็กมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ ได้แจ้งให้ทางผู้รับจ้างเลี้ยงเด็กทราบว่า การเปิดรับจ้างเลี้ยงเด็ก จะต้องมีการขออนุญาต อย่างไรบ้าง

ซึ่งบ้านที่รับเลี่ยงเด็ก นี้ ยังไม่เข้าเกณฑ์ที่จะต้องขออนุญาต เนื่องมีการรับเลี้ยงเด็กเพียง 5 คน เพราะตามระเบียบเกิน 6 คนจะต้องมีใบประกอบการรับเลี้ยงเด็ก จะร่วมในการสอบสวนและให้คำปรึกษากับทาง พ่อแม่ของเด็ก ส่วนในเรื่องของคดีต้องเป็นไปตามกระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผู้สื่อข่าวพยายามจะสอบถามนางติ๋มที่ไม่ขอให้สัมภาษณ์ บอกเพียงว่า อยู่ในความเครียด ไม่ได้ทำร้ายอะไรเด็ก

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image