หน้าแรก ภูมิภาค เสียงจากแฟน ‘...

เสียงจากแฟน ‘ม้าเหล็ก’ วันที่ไร้ตำรวจรถไฟ

20.10.23 | 05:43 น.

เสียงจากแฟน ‘ม้าเหล็ก’ วันที่ไร้ตำรวจรถไฟ

หลังจากตำรวจรถไฟเพิ่งครบรอบการสถาปนา กองบังคับการตำรวจรถไฟ 71 ปี เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมถัดมาไม่กี่เดือน ในวันที่ 16 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจรถไฟ 870 นายทั่วประเทศ ต่างรู้ดีว่าเป็นวันสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ ด้วยผลของ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ 2565 ทำให้ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคมเป็นต้นไปกองบัญชาการตำรวจรถไฟ (บก.รฟ.) ถูกยุบเลิกไปตลอดกาล โดยมี พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ เป็น ผบก.รฟ.คนสุดท้าย และต้องโยกย้ายตำรวจในสังกัด บก.รฟ.ไปกองบัญชาการสอบสวนกลาง (บช.ก.) และสังกัดอื่น

เดิมการทำหน้าที่ของตำรวจรถไฟจะรับเวรส่งต่อกันในแต่ละเขตพื้นที่ ดูแลรับผิดชอบช่วยสอดส่อง ควบคุม ป้องกัน และปราบปรามการก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ เมื่อรถไฟแล่นผ่านเขตที่รับผิดชอบไปแล้วก็จะเป็นอำนาจของตำรวจที่อยู่ในเขตพื้นที่ต่อไป ในวันนี้เพื่อมิให้ขาดรอยต่อในการดูแลความปลอดภัย ป้องกันทุกเหตุภัย จะใช้วิธีบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง เจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะดูแลความปลอดภัยแทน และแต่ละสถานีรถไฟจะใช้ รปภ.คอยอำนวยความสะดวกและช่วยดูแล

ส่วนที่จะคาดหวังว่าการเปลี่ยนมือเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยจะสร้างความรู้สึกอุ่นใจให้กับผู้ใช้บริการหรือไม่ ไปฟังความเห็น

พิมลวรรณ สวนประดับ อายุ 45 ปี ชาว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ หนึ่งในแฟนประจำผู้ใช้บริการสถานีรถไฟเชียงใหม่ บอกว่า นิยมใช้บริการรถไฟเส้นทางเชียงใหม่-กรุงเทพฯ เป็นประจำ รู้สึกมีความปลอดภัยแม้ใช้เวลาเดินทาง 12-14 ชั่วโมงก็ตามแต่สบายใจมากกว่าเดินทางด้วยรถทัวร์ หรือรถสาธารณะทั่วไป อีกทั้งได้ชมวิวทิวทัศน์สวยงามสองข้างทาง

Advertisement

เมื่อยุบตำรวจรถไฟก็รู้สึกเสียดายเพราะเห็นเป็นประจำ และอุ่นใจในการเดินทาง ไม่ต้องกังวลเรื่องความปลอดภัย แต่หากไม่มีตำรวจรถไฟแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) ประจำขบวนรถแทน ไม่แน่ใจจะเหมือนเดิมหรือไม่ แต่ก็อยากให้ทำหน้าที่เป็นสายตรวจ หรือเดินตรวจตราบนขบวนรถทุก 1-2 ชั่วโมง มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดทุกขบวนรถ เบอร์ติดต่อฉุกเฉินกรณีมีเหตุร้ายเหตุด่วน เพื่อประสานงาน หรือขอความช่วยเหลือโดยทันที

นอกจากนี้ อยากให้จัดตู้โดยสาร หรือโบกี้ เฉพาะสตรี เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ เพื่อบริการเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย การคัดกรองผู้โดยสาร พร้อมมีเจ้าหน้าที่กู้ชีพ หรือพยาบาลประจำขบวนรถไฟ หากมีเหตุฉุกเฉินที่ผู้ป่วยต้องการใช้บริการด้านสาธาณสุข และการรักษาพยาบาลเร่งด่วน

อยากเห็นรถไฟพัฒนาและรักษามาตรฐานการบริการ อาจมีบริการรถไฟความเร็วสูง 150-200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อลดเวลาเดินทางจาก 12-14 ชั่วโมง เหลือ 5-6 ชั่วโมงเท่านั้น เชื่อว่ามีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งการค้าการลงทุน ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นด้วย เสียงจากขาประจำรถไฟพร้อมข้อเสนอแนะ

ด้าน น.ส.สุภิสรา (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี ชาว จ.นครราชสีมา เผยว่า เมื่อยกเลิกตำรวจรถไฟแล้ว เจ้าหน้าที่การรถไฟฯต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราให้มากขึ้น เพราะผู้โดยสารมีหลากหลาย เกรงมิจฉาชีพปะปนมา เดินทางกลางวันไม่น่าเป็นห่วงเท่าไร แต่ถ้ากลางคืนยังมีความจำเป็นต้องมีตำรวจรถไฟมาคอยช่วยดูแลความปลอดภัย

นางเล็ก (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี แม่ค้าขายอาหารที่สถานีขบวนรถไฟ เห็นว่า ขายอาหารให้กับผู้โดยสารรถไฟมาเกือบ20 ปีแล้ว ไม่อยากให้ยกเลิกตำรวจรถไฟทั้งหมด น่าจะเหลือตำรวจประจำขบวนละ 2 นายก็ยังดี เพราะถ้ามีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ประชาชนจะได้รู้สึกอุ่นใจและมีความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินมากขึ้น แต่ถ้ามีตำรวจเต็มพิกัดเหมือนเมื่อก่อนก็จะทำงานไม่เต็มที่ เพราะงานน้อยแต่คนเยอะ ต้องบริหารให้งานพอดีกับคน จึงจะมีประสิทธิภาพ

ส่วน น.ส.อร (นามสมมุติ) หนึ่งในผู้โดยสารที่ใช้บริการรถไฟเป็นประจำ มองว่า การยกเลิกตำรวจรถไฟไม่น่ามีผลกระทบอะไรมากนัก เพราะแต่ละครั้งที่เดินทางโดยสารรถไฟก็ปกติดี ไม่เคยเจอเหตุการณ์อะไร จะดูแลตัวเองและทรัพย์สินส่วนตัวเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ถ้าระมัดระวังดูแลตัวเองให้ดีจะเดินทางกลางวันหรือกลางคืนก็ไม่น่ากลัว และไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะยังมีผู้โดยสารรายอื่นๆ ร่วมเดินทางด้วยอยู่แล้ว

ด้านอาสาสมัคร (อส.) นายหนึ่งที่ดูแลความปลอดภัยบนขบวนรถไฟพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยอมรับว่า อำนาจในการบังคับใช้กฎหมายระงับเหตุอาจทำได้ต่างกันและไม่เทียบเท่าตำรวจ เมื่อไม่มีตำรวจรถไฟ พวกผมซึ่งมีหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงานก็พร้อมจะช่วยดูแลความปลอดภัย และประสานกับตำรวจในแต่ละท้องที่ ซึ่งจากข้อมูลสถิติของเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่เดือนมกราคม-30 กันยายน 2566 มีเหตุเกิดขึ้น 73 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 22 ราย

มีผู้บาดเจ็บ 122 ราย บ้านเรือน ทรัพย์สิน เหตุรุนแรงบนขบวนรถไฟและรางรถไฟเกิดขึ้นรวม 70 ครั้ง อย่างพื้นที่ชายแดนภาคใต้ เจ้าหน้าที่ทั้งการรถไฟฯ รปภ. และ อส.ยินดีและพร้อมจะช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารหากพบสิ่งผิดปกติ หรือเกิดเหตุขึ้น ก็ให้เรียกเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนขบวนรถไฟได้ทันที จะเพิ่มความเข้มงวดในการเดินตรวจให้ถี่ขึ้นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร

เป็นเสียงสะท้อนจากแฟนพันธุ์แท้ที่ใช้บริการรถไฟเป็นประจำ กับวันที่จะไม่มีตำรวจรถไฟประจำขบวนอีกแล้ว