หน้าแรก ภูมิภาค แม่ร่ำไห้ไร้ข...

แม่ร่ำไห้ไร้ข่าวลูกชายในอิสราเอล คุย 9 วันก่อนบอกระเบิดข้ามหัว แล้วติดต่อไม่ได้อีก

20.10.23 | 10:30 น.

แม่ร่ำไห้ไร้ข่าวลูกชายในอิสราเอล คุย 9 วันก่อนบอกระเบิดข้ามหัว แล้วติดต่อไม่ได้อีก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง ม.5 บ้านท่าข้าม ต.คลองลานพัฒนา อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เป็นบ้านของนางสุพิน อยู่รอง หรือป้าพิลม อายุ 55 ปี มารดาของนายมานัส อยู่รอง หรือน็อต อายุ 34 ปี แรงงานไทยที่ไปทำงานรับจ้างเก็บมะเขือเทศในประเทศอิสราเอล โดยมีเพื่อนบ้านและญาตินั่งพูดคุยให้กำลังใจอยู่หน้าบ้าน โดยเล่าทั้งน้ำตาว่า ยังไม่รู้มีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา โดยครั้งสุดท้ายลูกชายวิดีโอคอลมาบอกว่า ตอนนี้สถานการณ์การสู้รบทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แต่มีทหารอิสราเอลคุมพื้นที่ได้แล้ว ตนเองรอที่จะอพยพไปในพื้นที่ปลอดภัย โดยขณะนี้อยู่ในแคมป์คนงาน ซึ่งก็เพิ่งมีระเบิดยิงข้ามหัวไปเมื่อกี้

นางสุพินเล่าอีกว่า หลังจากที่คุยกันทางวิดีโอคอลวันดังกล่าวก็ติดต่อลูกชายไม่ได้อีกเลย โดยลูกชายได้เดินทางไปทำงานและเริ่มทำงานตั้งแต่วันที่ 29 พฤษภาคม 2566 จนตอนนี้ก็จะเข้า 5 เดือนแล้ว ทุกวันนี้ดูข่าวและดูรายชื่อที่มีแรงงานเดินทางกลับไทยทุกวัน ก็ไม่มีวี่แววแม้แต่นิดที่จะมีชื่อลูกตน ตนพยายามประสานกรมการจัดหางานและหน่วยงานต่างๆ ก็รับปากว่าจะเร่งหาข้อมูลให้ แต่ก็ไม่มีหน่วยงานไหนติดต่อกลับมาเลย ตนกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นห่วงลูกชายมาก อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือประสานข้อมูลตามหาลูกเพื่อจะได้รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ซึ่งตอนนี้ยังเชื่อว่าลูกยังปลอดภัยดีอยู่ ตอนลูกชายอยู่เมืองไทย ลูกชายเป็นคนธรรมะธัมโมชอบทำบุญ และได้ไปเป็นลูกศิษย์ที่วัดของหลวงพ่อพระพยอม ถึง 2 ปี ก่อนจะเดินทางไปทำงานที่อิสราเอล

Advertisement

ขณะเดียวกันนางสุพินได้นำรูปพร้อมเอกสารของลูกชายมาดูพร้อมบอกว่า ทุกวันนี้ก็ได้แต่นั่งเปิดคลิปเก่าๆ ที่ลูกชายโพสต์ลงในเฟซบุ๊ก ดูไปก็ร้องไห้ไป เป็นห่วงใจแทบขาดไม่รู้จะทำอย่างไรที่จะติดต่อลูกชายได้ ยิ่งรู้ว่าจุดที่ลูกชายอยู่ห่างจากจุดที่เกิดสงครามเพียง 20 กิโลเมตร และลูกบอกว่าได้ลงทะเบียนกลับไทยไว้แล้ว รอทหารมารับ จากนั้นก็ติดต่อไม่ได้อีกเลยทำให้ความหวังเริ่มริบหรี่ โดยก่อนไปลูกชายบอกว่าจะไปทำงานที่อิสราเอลเพื่อเก็บเงินสัก 5 ปี ได้เงินเดือนเดือนละ 50,000 บาทรวมโอทีก็ประมาณ 70,000 บาท ตนยังบอกเลยว่าไม่ต้องโอนมาให้แม่ก็ได้ เพราะยังมีเงินใช้อยู่ ลูกเลยบอกว่าอยากจะเก็บเงินไว้ซื้อที่สักแปลง

“ทุกวันนี้กินไม่ได้นอนไม่หลับ ต้องกินยานอนหลับทุกวัน จิตใจย่ำแย่มาก ครั้งสุดท้ายคุยกับลูกชายเล่าว่า หลบอยู่ในป่ามัน เขากำลังสู้รบกันอยู่ ลูกปืนข้ามหัวไปมาตลอด ลูกมีน้ำ 1 ขวด และมาม่า 1 ห่อ ใช้ประทังชีวิต ซึ่งก็มีทหารอิสราเอลคุมพื้นที่อยู่ หลังจากวันที่ 11 ตุลาคม 2566 ก็ไม่สามารถติดต่อลูกชายได้อีกเลย อยากให้รัฐบาลไทยช่วยตามหาลูก ทุกวันนี้ดูรายชื่อตามข่าวก็ร้องไห้ทุกวัน ยังไร้วี่แววลูกชาย ทุกวันนี้ยังมีความหวังว่าลูกชายจะยังมีชีวิตอยู่ ติดต่อกรมแรงงานก็ไม่มีข้อมูลใดๆ บอกแค่ว่าขอให้ทำใจดีๆ ไว้ หากว่าลูกดูข่าวอยู่ ก็อยากให้ลูกกลับบ้านขอให้คุณพระคุ้มครอง หากกลับมาได้ บนไว้ว่าจะให้บวชพร้อมสามี” นางสุพินกล่าว