หน้าแรก ภูมิภาค ร้านค้า &#821...

ร้านค้า ‘โคราช-สารคาม’ ขานรับเงินดิจิทัล 1 หมื่น ชี้กระตุ้น ศก. แนะยืดเวลาเข้าร่วม-ขยายรัศมีเกิน 4 กม.

20.10.23 | 14:50 น.

ผู้ประกอบการร้านค้า ‘โคราช-สารคาม’ ขานรับเงินดิจิทัล 1 หมื่น ชี้กระตุ้นเศรษฐกิจ แนะควรยืดเวลาเข้าร่วมโครงการเนื่องจากเงินเยอะ-ขยายรัศมีเกิน 4 กิโลเมตร

เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากรัฐบาลเตรียมเปิดรับลงทะเบียนร้านค้าที่จะเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ภายในเดือนพฤศจิกายน 2566 นี้ โดยคาดว่า ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ซึ่งรัฐบาลยืนยันจะเติมเงินดิจิทัลให้ทุกคนที่มีสิทธิครั้งเดียว 10,000 บาท โดยไม่มีการแบ่งจ่ายเงินเป็นงวดๆ เพราะวัตถุประสงค์ของโครงการ คือต้องการจะกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สอบถามผู้ประกอบการร้านค้าในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งพบว่า มีผู้ประกอบการทั้งที่สนใจและไม่สนใจจะเข้าร่วมโครงการ

โดยนางสาวพรทิพย์ วาแสนอวน อายุ 52 ปี เจ้าของร้านป้าเพชร ตั้งอยู่เลขที่ 42/20 ถนนเดชอุดม 14 ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า ร้านของตนจะไม่เข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาทอย่างแน่นอน เพราะระยะเวลาโครงการสั้นเพียงแค่ 6 เดือนเท่านั้น แต่จำนวนเงินที่ให้ใช้ มากถึง 10,000 บาท ซึ่งสินค้าในร้านมีน้อย อาจจะไม่เพียงพอกับจำนวนเงินที่ลูกค้าต้องการมาซื้อสินค้าที่ร้าน และถ้าหากลูกค้ามาซื้อสินค้าที่ร้านพร้อมๆ กันก็อาจจะเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมา จนลูกค้าแห่ไปซื้อร้านใหญ่

ด้านนายยุทธนา จันทร์หอม อายุ 50 ปี เจ้าของร้านบลูค้าปลีกและส่ง ตั้งอยู่เลขที่ 1109 ถนนเดชอุดม ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา กล่าวว่า ตนตั้งใจว่าจะเข้าร่วมโครงการเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพราะโครงการนี้จะทำให้ทางร้านขายสินค้าได้มากขึ้น เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอยากให้รัฐบาลมีโครงการดีๆ แบบนี้มาเรื่อยๆ เม็ดเงินจะได้กระจายสู่ชุมชน

Advertisement

ทบทวนรัศมี 4 กิโลเมตร

ขณะที่ จ.มหาสารคาม นายชัยนาท แสงจันทร์ ผู้ประกอบการร้านชานนท์ ต.แวงน่าง อ.เมือง จ.มหาสารคาม กล่าวว่า ในฐานะผู้ประกอบการร้านค้า อยากให้รัฐบาลทบทวนเรื่องรัศมี 4 กิโลเมตร เพราะมันไม่ตอบโจทย์กับผู้ประกอบการและประชาชน เพราะรัศมี 4 กิโลเมตรในชนบท มันนิดเดียว อยากให้รัฐบาลขยายพื้นที่ใช้จ่าย จะเป็นทั้งตำบล ทั้งอำเภอ หรือทั้งจังหวัดก็ได้ เพราะหากไม่ปรับก็จะเกิดปัญหาการใช้งานแน่นอน ถ้าร้านค้าอยู่ห่างจากชุมชนก็จะไม่ได้รับประโยชน์จากการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในโครงการเช่นกัน

ด้านนางสาวณิชากร จงศิริเดโช อายุ 24 ปี เปิดเผยว่า บ้านตนอยู่ บ.กุดใส้จ่อ ต.มะค่า อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ในกรณีเงินดิจิทัล 10,000 บาท ในรัศมี 4 กิโลเมตรนั้นไม่เห็นด้วย กรณีที่ประชาชนใช้เงินดิจิทัล จะต้องใช้ในพื้นที่รัศมีเพียง 4 กิโลเมตรเท่านั้น สำหรับชาวบ้านหรือชาวชนบทที่อยู่ในระยะห่างไกลจริงๆ น่าจะเข้าไม่ถึง การจับจ่ายใช้สอยก็น่าจะเป็นไปได้ยาก ส่วนตัวคิดว่าน่าจะขยายพื้นที่ออกไปในระดับตำบล ก็จะช่วยให้สามารถหาซื้อสินค้าได้ง่ายกว่าในรัศมี 4 กิโลเมตร เพราะบางทีบางหมู่บ้านร้านค้าอยู่ไกล ส่วนเงื่อนไขข้อจำกัดในการซื้อของ หากมีข้อจำกัดที่เยอะมากเกินไป ก็จะทำให้ผู้ซื้อเลือกซื้อของไม่สะดวก ซึ่งในอนาคตไม่รู้ว่าจะเพิ่มข้อจำกัดในการใช้เงินซื้อสินค้าประเภทใดอื่นอีกหรือไม่ แต่เบื้องต้นอยากจะให้จำกัดแค่ ไม่สามารถใช้เงินซื้อสินค้าแอลกอฮอล์หรืออบายมุข เท่านั้นก็พอ