หนุ่มสตูลแรงงานไทยในอิสราเอล เล่านาทีระทึก ถูกกลุ่มคนร้ายบุกถึงแคมป์ ยันไม่กลับไปทำงานที่นั่นอีก
วันที่ 20 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโสมนัส พระวิชัย อายุ 44 ปี ชาว ต.เจ๊ะบิลัง อ.เมือง จ.สตูล แรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศอิสราเอล ได้เดินทางกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยแล้ว โดยมีนางสาลิศา พระวิชัย อายุ 43 ปี ภรรยา ลูกสาวลูกชายและพ่อแม่ภรรยามาต้อนรับอย่างอบอุ่น
โดยนายโสมนัส เล่าให้ฟังว่า เดินทางออกมาจากอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. พร้อมเพื่อนแรงงาน 250 คน ใช้เวลาเดินทาง 12 ชั่วโมงมาถึงกรุงเทพฯ เวลา 3 ทุ่มของวันที่ 16 ต.ค. จากนั้นก็เดินทางกลับบ้านที่สตูลมาถึงบ้านเช้าวันที่ 19 ต.ค.
นายโสมนัส เล่าต่อว่า ที่ตนไปทำงานเก็บผลไม้และปลูกผักในแคมป์คนงาน ซึ่งเป็นคนงานไทยเกือบทั้งหมด อยู่ห่างจากฉนวนกาซา ระยะทาง 12 กม. ปกติแล้วทุกปีบริเวณดังกล่าวจะมีการสู้รบกันเป็นปกติแต่ไม่หนักเหมือนครั้งนี้ วันที่กลุ่มฮามาสบุกมาที่แคมป์คนงาน ตนก็มองท้องฟ้าเห็นมีการยิงกันและทางอิสราเอลก็ยิงต้าน ตอนแรกก็คิดว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหมือนทุกครั้ง
ต่อมาไม่ถึง 10 นาที ก็ได้ยินเสียงยิงทางภาคพื้นดินและรุกเข้ามาเรื่อยๆ ตนกับเพื่อนเห็นว่าผิดปกติแล้ว ยังไม่ถึงอึดใจ มีทหารของอิสราเอลมาล้อมรอบแคมป์คนงานและยิงสกัดกลุ่มฮามาส ที่พยายามจะเข้ามา โชคดีที่ทหารของอิสราเอล เข้ามาถึงพวกตนก่อน และนำพวกตนไปหลบซ่อนในหลุมหลบภัยได้อย่างปลอดภัยท่ามกลางการดูแลของทหารอิสราเอล
นายโสมนัส เล่าต่อว่า หลังเกิดเหตุการณ์ 2 วัน พวกตนทราบว่ามีเพื่อนแรงงานคนไทยที่รู้จักหลายคนเสียชีวิต รู้สึกหดหู่มาก จะติดต่อทางบ้านก็ไม่ได้ เพราะไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ขณะอยู่ในหลุมหลบภัย ก็ได้ยินเสียงเหมือนระเบิดดังอยู่ตลอดเวลา ตนจึงสมัครใจที่จะขอเดินทางกลับ เพราะไม่อยากให้ทางบ้านเป็นห่วง เรื่องงานก็ค่อยว่ากัน ขอเอาตัวรอดไว้ก่อน เพราะตนเป็นเสาหลักคนเดียวของครอบครัวที่ต้องดูแลถึง 10 ชีวิต
“จากนี้ไปก็ไม่ขอกลับไปที่นั่นอีก แต่จะเปลี่ยนไปทำงานประเทศอื่นแทน สาเหตุที่ไปทำในอิสราเอลนั้น เพราะคิดว่าอยากใช้หนี้และอยากหาเงินสักก้อนเพื่อมาทำทุน เปิดร้านรับติดตั้งเดินสายไฟหรือซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า เพราะเป็นงานที่ถนัด งานที่อิสราเอล ถึงแม้ได้เงินดีแต่ก็เป็นงานที่หนักมาก อาศัยทำโอทีและขยันถึงจะได้เงินเยอะ ตนคิดว่าโชคดีที่กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย ได้กลับมาพบหน้าลูกเมีย โดยอีก 2 สัปดาห์จะเดินทางไปโคราชเพื่อไปหาพ่อกับแม่ เพราะทางพ่อแม่ตนก็เป็นห่วง อยากพบตนเหมือนกัน” นายโสมนัส กล่าวในที่สุด

