ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง พร้อมด้วย พล.ต.วิจักษณ์ สิริบรรสพ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสุรศักดิ์มนตรี จ.ลำปาง นายไพฑูรย์ โพธิ์ทอง นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และนายมานิต อุ่นเครือ นายก อบต.พิชัย อ.เมือง จ.ลำปาง ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ แบล็คฮอว์ก ของกองทัพภาคที่ 3 บินสำรวจพื้นที่เสี่ยง และพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้บริเวณเทือกเขาดอยพระบาท ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงใกล้ตัวเมืองลำปางที่กั้นระหว่างพื้นที่ อ.เมือง อ.แม่เมาะ และ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง หลังจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อเนื่องมาจนถึงสัปดาห์นี้ได้เกิดไฟไหม้โหมป่าเทือกเขาดอยพระบาทอย่างหนัก
โดยเฉพาะการเกิดไฟไหม้ป่าในเขต ต.พระบาท อ.เมือง ซึ่งเป็นเขตของเทศบาลเมืองเขลางค์นคร และ ต.พิชัย ในเขตของ อบต.พิชัย อ.เมือง จนทำให้ค่าเฉลี่ยหมอกควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง พุ่งสูงจนเกินค่ามาตรฐานติดต่อกัน 9 วัน โดยเฉพาะเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา ที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการเผาไหม้พุ่งสูงถึง 208 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร วัดได้ในพื้นที่ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง นับเป็นค่าที่สูงสุดของภาคเหนือ ซึ่งจากไฟไหม้ป่าบริเวณเทือกเขาดอยพระบาท ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เร่งเข้าดับมาโดยตลอดทุกวัน จากไฟที่ไหม้ขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งในวันนี้ จากการขึ้นบินสำรวจยังพบกลุ่มควันไฟจากไฟป่าที่ไหม้ลามบริเวณป่าดอยฝรั่ง ป่าใกล้กับวัดม่อนพระยาแช่ เขตวนอุทยานม่อนพระยาแช่ และบริเวณป่าใกล้กับสถานีทวนสัญญาณโทรทัศน์ช่อง 9 และช่อง 3 ที่อยู่บนยอดเขาสูง จึงได้สั่งการเจ้าหน้าที่ภาคพื้นที่เร่งเข้าไปดับไฟ
นายสามารถ ลอยฟ้า ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า สาเหตุหลักของการเกิดไฟไหม้ป่าบริเวณเทือกเขาดอยพระบาทแห่งนี้ มาจากคนเข้าไปในป่า ทั้งหาของป่า และคนตั้งใจจุดไฟ ดังนั้น ทางจังหวัดจะเรียกให้คนที่มีอาชีพหาของป่า และพรานป่า ที่อยู่ตามหมู่บ้านใกล้กับเทือกเขาดอยพระบาท ที่พบว่ามีมากกว่า 250 คน เข้ามาพูดคุย เพื่อทำความเข้าใจ เพราะสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นรายวัน จากการจุดไฟเผานั้น ได้สร้างปัญหาหมอกควันไฟ และฝุ่นละอองขนาดเล็กจากหมอกควันไฟปกคลุมพื้นที่อยู่ในเกณฑ์ที่สูง ทำให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนได้เข้าไปดับทุกวัน
ทั้งนี้ จากการเร่งเข้าควบคุม และดับไฟป่ามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งกลางวัน และกลางคืน จึงทำให้ค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองขนาดเล็กจากหมอกควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่ จ.ลำปาง ได้ลดลงแล้ว โดยค่าเฉลี่ยในวันนี้ ทั้ง 4 สถานีตรวจวัด อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานวัดได้ระหว่าง 72-108 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยสูงสุดวัดได้ที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งตั้งอยู่ในตัวเมืองลำปาง

