ส่ง 2 สาวนกต่อ เอี่ยวคดี ‘เสี่ยแป้ง’ หลบหนี นอนเรือนจำ เครียดไม่กินข้าวกินแต่น้ำ
ความคืบหน้าการติดตามตัว นายเชาวลิต ทองด้วง หรือเสี่ยแป้ง นาโหนด นักโทษเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช ที่หลบหนีออกจากโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชนั้น
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำโดย พ.ต.ท.มนตรี วรรณคง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้คุมตัว น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม หมื่นรักษ์ อายุ 32 ปีและ น.ส.ยุวเรศ หรือหมวย กลศึก อายุ 26 ปี ซึ่งเป็น 2 ใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชออกหมายจับในคดีให้การช่วยเหลือนายเชาวลิต หรือเสี่ยแป้ง หลบหนีออกจาก รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช ในข้อหา “ร่วมกันกระทำการด้วยประการใดให้ผู้ถูกคุมขังตามอำนาจศาล ซึ่งเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป หลุดพ้นจากการคุมขังไป” เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา
โดยตำรวจได้คุมตัว น.ส.วิลาวัลย์ หรือไหม และ น.ส.ยุวเรศ หรือหมวย ไปฝากขังศาลผัดแรกที่ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เบื้องต้นญาติของทั้งสองคนได้ยื่นประกันตัวในชั้นศาลแต่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว ทำให้ทั้ง น.ส.วิลาวัลย์ และน.ส.ยุวเรศถูกคุมตัวเข้าเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชทันที
ขณะที่ตลอดคืนที่ผ่านมา ทั้ง 2 คน มีสีหน้าเคร่งเครียด ไม่กินอาหารมื้อเย็น กินเพียงแต่น้ำ ไม่พูดคุย ตลอดจนรุ่งเช้าออกมาปฏิบัติกิจตามปกติทั่วไปเหมือนนักโทษคนอื่นๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนเดิม
แหล่งข่าวรายหนึ่งเปิดเผยว่า การติดตามความคืบหน้าการไล่ล่าครั้งนี้ ล่าสุดทราบว่า นายเชาวลิตยังคงอยู่ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างพัทลุง-ตรัง อาจจะอาศัยอยู่กับใครคนหนึ่งที่มีอิทธิพลในย่านนั้น หรืออาจจะแอบพักในขนำบนเขาสักแห่ง ซึ่งชุดไล่ล่าสแกนพื้นที่่อย่างละเอียด เราทำทุกทางปูพรมทุกบริเวณ แต่ก็ต้องระวังตัวด้วยเหมือนกันเพราะเวลานี้เชื่อว่านายเชาวลิตมีอาวุธป้องกันตัวอย่างแน่นอน
“ส่วนที่มีข่าวว่ามีนักการเมืองท้องถิ่นใน จ.สตูล มีเอี่ยวเกี่ยวข้องนั้น เบื้องต้น นายก อบต.รายนั้นได้มาให้ปากคำกับ พงส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราชแล้ว เบื้องต้นได้ให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเคยรู้จักกัน ยืนยันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการที่พักพิงแก่นายเชาวลิตและพวกแต่อย่างใด ผมคิดว่าไม่นานนี้เราอาจจะมีข่าวดี”
แหล่งข่าวรายเดิมกล่าวว่า ข้อกังวลเรื่องโรงพยาบาลมหาราชขอเลื่อนนัด ซึ่งทาง รพ.ได้ชี้แจงแล้วว่า แจ้งมาทางเรือนจำแล้ววันที่ 25 ตุลาคม 2566 ขอนัดอีกครั้ง ไม่ได้เป็นวันที่ 21 ตุลาคมแต่อย่างใด ซึ่งการชี้แจงช่องทาง รพ.มหาราชก็อยู่ในสำนวนการสอบสวนแล้วเช่นกัน อดทนกันอีกนิด
อย่างไรก็ตาม ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีการสับเปลี่ยนนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดใหม่ เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ โดยชุดดังกล่าวเป็นชุุดที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ และเชี่ยวชาญการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ โดยแบ่งกำลังออกเป็น 3-4 ทีม และยังคงเหลือในพื้นที่อีก 1 ทีม สำรองกำลังไว้เผื่อมีเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวที่ห้องสืบสวนได้มีการนำผู้ต้องสงสัยบางรายซึ่งเป็นบุคคลสำคัญในพื้นที่พัทลุงมาให้ปากคำ โดยใช้เวลากว่า 3 ชม. จึงแล้วเสร็จ และเดินทางกลับพัทลุงทันที

