แม่พิมพ์ ชี้ ก.ค.ศ.อัดงบ 200 ล้าน ให้ครูกู้ใช้หนี้ แก้ปัญหาปลายเหตุ แนะเพิ่มเงินบำนาญ-คืนเงิน ช.พ.ค.ให้กับครูเกษียณ
จากกรณีที่ รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู ได้อนุมัติจัดสรรงบประมาณเงินให้กู้ยืมของเงินทุนหมุนเวียนเพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินข้าราชการครู จำนวน 200,000,000 บาท ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กู้ยืมตามหลักเกณฑ์และวิธีการให้กู้ยืมเงินทุนหมุนเวียนฯ พ.ศ.2565 โดยเปิดโอกาสให้กับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ สามารถกู้ยืมเงินคนละไม่เกิน 500,000 บาท ในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี ผ่อนชำระคืนภายใน 12 ปี (144 งวด) โดยสามารถยื่นคำขอกู้ยืมได้ที่ต้นสังกัด เช่น สพป. หรือ สพม. ภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2566 นั้น
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ไฟเขียว 200 ล้านแก้หนี้ครู บอร์ดเงินทุนหมุนเวียนฯ ก.ค.ศ. เคาะรายละ 5 แสน เริ่มยื่นกู้ได้ 27 พ.ย.นี้
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้สอบถามครูในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ถึงกรณีดังกล่าว ซึ่ง นางวิไลลักษณ์ ชาญสูงเนิน อายุ 58 ปี ครูโรงเรียนบึงคำคู ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ ว่า การอนุมัติเงินงบประมาณเพื่อมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในลักษณะเช่นนี้ เคยมีการทำมาก่อนแล้ว แต่ไม่ได้ผลเพราะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุมากกว่า เนื่องจากการให้กู้เงิน 500,000 บาท แม้จะดอกเบี้ยต่ำ แต่จะมีข้อแม้มากมาย โดยเฉพาะเรื่องของอายุราชการที่จะเกี่ยวพันกับระยะเวลาชำระหนี้ ซึ่งครูที่ใกล้เกษียณอายุราชการแล้วจะมีเวลาส่งชำระหนี้เหลือน้อยแล้ว ถ้าหักเงินส่งชำระหนี้มากครูก็ไม่สามารถหาเงินมาส่งได้
นางวิไลลักษณ์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ก็ไม่อยากให้คนมาซ้ำเติมครูที่เป็นหนี้ เนื่องจากครูส่วนใหญ่มีภาระที่แตกต่างกัน บางคนต้องแบ่งเงินมาช่วยเหลือเจือจุนพ่อ แม่ ญาติ พี่ น้อง และด้วยความที่อาชีพครู สถาบันการเงินต่างๆ ก็จะให้กู้ง่าย กู้ได้หมด ยกเว้นแต่กับระเบิด

“ดังนั้นจึงพากันไปกู้เงินกับสถาบันการเงินกันเป็นจำนวนมาก จนลืมไปว่าเป็นการเพิ่มภาระให้ตนเอง มารู้อีกทีก็ตอนใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว ซึ่งหลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว เงินเดือนก็หาย เหลือแต่เงินบำนาญ ทำให้ไม่มีกำลังส่งเงินชำระหนี้ จนกลายเป็นปัญหาดังที่เห็นอยู่ในขณะนี้”นางวิไลลักษณ์ กล่าว
นางวิไลลักษณ์ กล่าวอีกว่า ตนเองอยากฝากถึงผู้มีอำนาจ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า ถ้าหากอยากจะช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างจริงจัง ก็ขอให้ช่วยใน 2 เรื่อง คือ
เรื่องที่ 1.ช่วยเพิ่มเงินบำนาญให้ข้าราชการครูที่เกษียณอายุไปแล้ว เพราะเมื่อเกษียณอายุแล้วเงินเดินจะเหลือน้อยมาก ไม่พอนำไปชำระหนี้แน่นอน ถ้าได้เงินบำนาญเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ก็น่าจะพอช่วยได้ในระดับหนึ่ง
และ เรื่องที่ 2 อยากให้พิจารณาเพิ่มเงิน ช.พ.ค. ซึ่งปัจจุบัน ช.พ.ค.ของครูได้ประมาณ 9 แสนกว่าบาท แต่ถ้าเพิ่มให้ได้สักประมาณ 1 ล้านกว่าบาท แล้วคืนเงิน ช.พ.ค.ให้กับครูที่เกษียณอายุราชการ ประมาณ 60% โดยไม่ต้องคิดดอกเบี้ย ที่เหลืออีก 40% ก็ค่อยแบ่งไว้กรณีเสียชีวิตเพื่อให้ลูกหลานได้จัดการศพตามความเหมาะสมต่อไป



