ดีเอสไอจับชายหญิงเอี่ยวค้ามนุษย์หลอกทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งลาว

ดีเอสไอจับชายหญิง เอี่ยวค้ามนุษย์หลอกทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ฝั่งลาว

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน กรณีกลุ่มมิจฉาชีพหลอกคนไทยไปทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน ตรงข้ามชายแดนไทย-ลาว และไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดเชียงรายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดทาง พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ จึงได้มอบหมายให้ พ.ต.ต.อาริชย์ ทัศนพันธ์ รองผู้อำนวยการกองคดีการค้ามนุษย์ พ.ต.ท.ปริญญา กฤษณา ผู้อำนวยการส่วนคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ 2 นายวุฒิไกร ศรีธวัช ณ อยุธยา ผู้อำนวยการส่วนการข่าว ศูนย์สืบสวนและการข่าว นำกำลังดีเอสไอร่วมกับด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เชียงแสน จ.เชียงราย นำโดย ร.ต.อ.พิชญ์พัชระ พชญนันท์ รอง สว.ด่าน ตม.เชียงแสน พร้อมหมายจับจากศาลอาญาที่ 3411/2566 และที่ 3412/2566 ผู้ต้องหาในคดีพิเศษที่ 225/2565 เข้าจับกุมตัวนายวสันต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ชาวไทย และนางบัวทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี ชาว สปป.ลาว ขณะที่ทั้งคู่อยู่ในบ้านพักพื้นที่ ต.เวียง อ.เชียงแสน ชายแดนไทย-สปป.ลาว

โดยการจับกุมมีขึ้นหลังจากช่วงปลายปี 2564 ได้มีหญิงสาวชาวไทย จำนวน 3 คน แจ้งขอความช่วยเหลือไปยังมูลนิธิพิทักษ์สตรีและดีเอสไอว่า ได้ถูกกลุ่มคนติดต่อเป็นนายหน้าให้ไปทำงานทั่วไปที่เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงกันข้ามแม่น้ำโขงกับ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย อ้างว่าจะให้ค่าจ้างอย่างดี เมื่อทั้ง 3 คนตกลงใจก็ได้มีคนพาลักลอบหลบหนีลงเรือแม่น้ำโขงข้ามไปยังเมืองต้นผึ้ง แต่เมื่อไปถึงสถานที่ทำงานกลับถูกบังคับให้เป็นขบวนการโทรศัพท์หรือใช้ระบบอินเตอร์เน็ตหลอกลวงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โรมานซ์แกรม โดยให้ชักชวนเหยื่อเข้าไปลงทุนเมื่อมีคนโอนเงินเข้าไปก็ให้ปิดระบบ จากนั้นก็ให้เริ่มต้นหลอกเหยื่อรายใหม่ เมื่อไม่ยอมก็ถูกทำร้ายร่างกายและขู่ว่าถ้าไม่ทำตามจะถูกบังคับให้ขายบริการทางเพศ

ทางดีเอสไอพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 จึงให้กองคดีการค้ามนุษย์ของดีเอสประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฝั่งไทยและฝั่ง สปป.ลาว เช่น เจ้าแขวงบ่อแก้ว เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ฯลฯ จนสามารถช่วยหญิงสาวทั้ง 3 คนออกมาได้และพากลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย

Advertisement

จากนั้นดีเอสไอ ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนขออนุมัติออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 5 ราย โดยเป็นชาวไทยและคนลาวที่อาศัยอยู่ตามแนวชายแดนรวม 3 ราย และชาวจีน 2 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่สืบสวนทราบว่าผู้ถูกจับกุมในครั้งนี้ทำหน้าที่พาหญิงชาวไทยหลบหนีข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่งลาว โดยเคยมีพฤติกรรมเช่นนี้มาแล้วหลายครั้ง หลังเข้าจับกุมแล้วเจ้าหน้าที่ได้นำส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษของดีเอสไอเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image