หนุ่มกู้ภัยอุดรฯ เปิดใจ ไลฟ์สดติดวิญญาณนั่งข้างศพหญิงจยย.คว่ำ คืนวันพระใหญ่ 

หนุ่มกู้ภัยอุดรฯ เปิดใจ ไลฟ์สดติดวิญญาณนั่งข้างศพหญิง จยย.คว่ำ คืนวันพระใหญ่ 

จากกรณี นางกนกวรรณ อายุ 49 ปี ชาวบ้านโนนตูม ม.4 ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ซิ่งรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า ฟีโน่ สีชมพู-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เสียหลักแหกโค้งคอหักนอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนท้ายหมู่บ้านโนนตูม-สร้างแป้น ซึ่งห่างจากหมู่บ้านโนนตูมราว 1.5 กิโลเมตร ขณะผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์กลับเถียงนา ซึ่งเป็นที่พักอาศัยอยู่กับสามี เพื่อไปไหว้ผีนาให้ข้าวที่ปลูกไว้ได้ผลผลิตสมบูรณ์ หลังจากทำบุญวันออกพรรษาที่วัดในหมู่บ้านแล้วเสร็จ ตกเย็นได้ร่วมนั่งดื่มกับเพื่อนๆ ในหมู่บ้าน ก่อนจะมาประสบอุบัติเหตุสลดขึ้น เหตุเกิดเวลา 22.00 น. วันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น

ขณะเจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ นายชัยสิทธิ์ อายุ 42 ปี อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน ได้ไลฟ์สดลงในเพจของตัวเองในชื่อ ยอดชายเซอร์วิส แอร์กล้องวงจรปิด ขณะร่วมปฏิบัติหน้าที่กับทีมอาสากู้ภัย หลังจากเสร็จภารกิจ มีแฟนเพจเข้าดูและคอมเมนต์ พร้อมกับแคปภาพนิ่งส่งมาในเพจ โดยระบุว่า ในคลิปไลฟ์สดมีภาพใบหน้าผู้หญิง หรือวิญญาณของผู้ตาย อยู่บนพื้นข้างศพของผู้ตาย ทำให้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น ถึงสิ่งลี้ลับวิญญาณหลอน บริเวณจุดเกิดเหตุที่มีคนประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตแล้วจำนวนหลายศพ และเชื่อว่าเป็นการเสียชีวิต ตัวตายตัวแทนของวิญญาณผู้เสียชีวิต ณ จุดบริเวณทางโค้งแห่งนี้

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 31 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังร้านยอดชายดาวเทียมแอร์ พบกับนายชัยสิทธิ์ เล็งไธสงค์ อายุ 42 ปี อาสากู้ภัยมูลนิธิอุดรสว่างเมธาธรรมสถาน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่ไลฟ์สดติดวิญญาณใบหน้าคนตายในครั้งนี้ พร้อมกับเล่าว่า หลังรับแจ้งเหตุได้เดินทางไปพร้อมกับทีมงานและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ขณะนั้นตนก็ทำการไลฟ์สดลงในเพจส่วนตัวของตนเอง ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ แต่พอเสร็จภารกิจและกลับมาถึงบ้าน มีแฟนเพจส่งภาพนิ่งขณะที่ตนไลฟ์สดมาให้ดูในเพจ

Advertisement

“พบเป็นรูปภาพคล้ายกับศีรษะผู้หญิงสูงวัย วางอยู่บนพื้นข้างกับศพผู้ตายที่เป็นผู้หญิง ซึ่งแฟนเพจบางคนก็ถามมาว่าผู้ตายประสบอุบัติเหตุจนคอขาดวางอยู่กับพื้นเลยใช่ไหม เนื่องจากภาพติดใบหน้าวิญญาณดังกล่าว คล้ายกับใบหน้าของคนมาก แต่ก็เจอกับเหตุการณ์นี้เป็นประจำ

ตั้งแต่ทำงานอาสากู้ภัย 10 ปี พอตื่นเช้าขึ้นมาก็ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำ อุทิศส่วนกุศลผลบุญให้กับเขาทุกครั้ง สำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้ ในคอมเมนต์บางคนเชื่อว่าเป็นใบหน้าวิญญาณผู้ตาย มานั่งดูศพของตัวเอง บางคนเชื่อว่าเป็นการหักเหของแสงจนทำให้ดูเหมือนใบหน้าคน แต่บางคนเชื่อว่าเป็นวิญญาณของตัวตายตัวแทน ที่จะได้ไปเกิดใหม่ เพราะตรงจุดเกิดเหตุเป็นทางโค้งรูปตัวเอส หรือคดเคี้ยวไปมา และเคยเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตมาแล้วหลายศพ”

หลังจากนั้น นายชัยสิทธิ์ได้พาผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางคดเคี้ยว ไม่มีแสงไฟส่องสว่างเวลากลางคืนจะมืดมาก และเป็นเขตรอยต่อระหว่าง ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี และ ต.สร้างแป้น อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี พบร่องรอยรถจักรยานยนต์ของผู้ตายเสียหลักล้มบนพื้นถนน ก่อนจะพุ่งลงข้างทางฝั่งด้านขวา หลังจากขับรถเข้าโค้งด้วยความเร็ว แล้วเกิดเสียหลักล้มไถลลงข้างทางคอหักเสียชีวิต ก่อนจะถึงเถียงนาที่พักอาศัยประมาณ 2.5 กิโลเมตร

ขณะที่บรรยากาศในศาลาพักศพวัดตูมคำ ม.4 บ้านโนนตูม ต.นาข่า อ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพสวดพระอภิธรรมนางกนกวรรณ นิลไสล หรือหนิง ผู้ตาย และจะฌาปนกิจในช่วงบ่ายวันพรุ่งนี้ (1 พ.ย.66) พบชาวบ้าน และเพื่อนสนิทผู้ตายคือ น.ส.นงลักษณ์ ราชสีห์ อายุ 49 ปี นั่งร้องไห้อยู่ข้างโลงศพ เคาะโลงเรียกผู้ตายมากินข้าวที่จัดให้ในถาด พร้อมกับรินสุราให้ 1 แก้ว ส่วนสามีผู้ตายได้กลับไปดูวัว และสัตว์เลี้ยงที่เถียงนา แล้วจะกลับมาที่วัดในช่วงเย็นพร้อมกับญาติพี่น้องผู้ตาย เพื่อฟังสวดพระอภิธรรมคืนสุดท้าย

น.ส.นงลักษณ์ เพื่อนสนิทผู้ตาย เล่าว่า วันออกพรรษาได้มาร่วมกันทำบุญที่วัด จากนั้นช่วงเย็นได้พากันนั่งดื่มกินที่บ้านของตนกับเพื่อนๆ รวม 5 คน และดื่มสุราหมดไป 1 ขวด ก่อนพากันแยกย้ายกันกลับบ้าน กระทั่งเวลา 21.50 น. มีชาวบ้านมาบอกว่า เพื่อนของตนรถล้มตกลงข้างทางคอหักเสียชีวิต ตนรู้สึกเสียใจมากที่เพื่อนต้องมาจากไปแบบนี้ จึงพากันออกไปดูกับกลุ่มเพื่อนๆ ที่นั่งดื่มกินด้วยกัน และพากันร้องไห้ด้วยความเสียใจ ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ตายขี่รถเร็ว เพราะปกติผู้ตายก็ขี่รถเร็วอยู่แล้ว

ประกอบกับถนนไม่มีไฟส่องสว่างและเป็นทางโค้ง ทำให้เสียหลักล้มไถลไปตกข้างทางฝั่งขวาของถนนจนคอหักเสียชีวิตคาที่ ซึ่งในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริเวณทางโค้งจุดเกิดเหตุ มีผู้ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตไปแล้วทั้งหมด 4 ราย รวมกับเพื่อนของตนด้วย และทุกศพจะเสียชีวิตด้านฝั่งขวาของถนน ส่วนลางบอกเหตุร้าย เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เห็นหน้าเพื่อนหมองคล้ำ ไม่สดใส แต่ตนก็ไม่ได้ทักท้วงอะไร

“กระทั่งเช้าวันที่ 29 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นวันออกพรรษา ผู้ตายได้มาหาตนที่บ้าน และให้ตนย้อมสีผมให้ใหม่ และขอเครื่องสำอางแต่งหน้าทาลิปสติก ก่อนไปทำบุญที่วัด ซึ่งตนก็แปลกใจอยู่ว่า ที่ผ่านมาเพื่อนไม่เคยแต่งหน้าเลย เวลาจะไปไหนมาไหนก็ไม่เคยแต่งเติมเสริมอะไร เชื่อว่าเป็นลางบอกเหตุไม่ดี ก่อนเพื่อนจะมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต และมีคนนำรูปภาพในที่เกิดเหตุ ที่มีคนโพสต์ลงในเพจ เมื่อพากันดูก็ต่างพูดเหมือนกันว่า รูปถ่ายติดใบหน้าวิญญาณ คล้ายกับใบหน้าของคนตาย นั่งดูร่างหรือศพของตัวเอง”

นายพัฒนา อายุ 50 ปี สามีผู้ตาย เปิดเผยว่า อยู่กินกับผู้ตายมา 17 ปี หลังจากภรรยาคนแรกป่วยเสียชีวิต และจะมาอยู่ที่เถียงนา ส่วนบ้านก็จะให้ลูกชายและลูกสาวอาศัยอยู่ ตนรักภรรยาคนนี้มาก ก่อนเกิดเหตุตนได้เดินหาปูตามคันนา และกำลังจะเข้านอน ลูกชายของตนที่มีกับภรรยาเก่า ได้มาถามหาเอกสารของผู้ตาย และบอกว่าแม่เลี้ยงรถล้มไม่น่าจะรอด จึงเดินทางไปดูก็พบว่าภรรยาตนเสียชีวิตแล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่มีลางบอกเหตุร้ายอะไรเลย อยากบอกดวงวิญญาณของภรรยาว่า เกิดชาติหน้าฉันใด ก็ขอให้มาเป็นคู่สามีภรรยากันทุกภพทุกชาติไป

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image