เตือน ระวังไข้เลือดออก ตั้งแต่ต้นปีป่วยแล้ว 1.15 แสนราย เสียชีวิต 119 โคราช 8 สัปดาห์ พุ่งเกือบ 900 ราย
วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ผู้สื่อข่าวได้รายงานความคืบหน้าสถานการณ์การระบาดของโรคไข้เลือดออก ล่าสุดว่า กลุ่มระบาดวิทยาและตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุข สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา หรือ สคร.9 ได้อัพเดตสถานการณ์ทางระบาดวิทยาโรคไข้เลือดออก ปี 2566 สัปดาห์ที่ 42 ว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566-17 ตุลาคม 2566 การระบาดของโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย พบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก มากถึง 115,028 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 119 ราย โดยเป็นผู้ป่วยเพศชายมากกว่าเพศหญิง และเป็นผู้ป่วยในกลุ่มอายุ 15-24 ปีมากสุด รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ
ในขณะที่เขตสุขภาพที่ 9 ดูแล 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา , ชัยภูมิ ,บุรีรัมย์ และจังหวัดสุรินทร์ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566-14 ตุลาคม 2566 มีผู้ป่วยโรคไข้เลือดออก สะสม 9,332 ราย และมีรายงานเสียชีวิต 6 ราย โดยสถานการณ์ในช่วง 8 สัปดาห์ที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2566-14 ตุลาคม 2566 พบผู้ป่วยไข้เลือดออก 3,129 ราย ส่วนมากเป็นกลุ่มอายุ 10-14 ปี รองลงมาคือ อายุ 5-9 ปี และ 15-24 ปี ตามลำดับ ซึ่งเมื่อแยกเป็นรายพื้นที่ ในช่วง 8 สัปดาห์ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม 2566-14 ตุลาคม 2566 หรือประมาณ 2 เดือน พบว่า จังหวัดบุรีรัมย์ พบผู้ป่วยมากสุด 951 ราย รองลงมาคือ จังหวัดนครราชสีมา 890 ราย ,จังหวัดสุรินทร์ 767 ราย และจังหวัดชัยภูมิ 521 ราย ตามลำดับ
ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตได้ว่า จำนวนผู้ป่วยในปี 2566 จะมียอดผู้ป่วยมากกว่าปี 2565 หลายเท่าตัว เมื่อเปรียบเทียบช่วง เวลาเดียวกันของทั้ง 2 ปี อย่างเช่น ช่วง 8 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม-14 ตุลาคม จะเห็นว่า จังหวัดบุรีรัมย์ ในปี 2565 มีผู้ป่วยไข้เลือดออกแค่ 26 ราย แต่ปี 2566 มี 951 ราย ซึ่งมากกว่าถึง 36.57 เท่า ขณะที่จังหวัดนครราชสีมา ปี 2565 พบผู้ป่วยจำนวน 189 ราย แต่ปีนี้ พบมากถึง 890 ราย หรือเพิ่มขึ้น 4.70 เท่า ส่วนจังหวัดสุรินทร์ ปี 2566 ป่วย 138 ราย แต่ปีนี้ป่วย 767 ราย ซึ่งมากกว่า 5.55 เท่า และจังหวัดชัยภูมิ ในปี 2565 พบป่วย 107 ราย แต่ปี 2566 พบป่วย 521 ราย ซึ่งมากกว่า 4.86 เท่า คาดการณ์ว่า จะยังมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีก
จึงขอให้เฝ้าระวังผู้ป่วยโดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเด็กเล็ก ถ้าพบผู้ป่วยจะต้องสอบสวนโรคเฉพาะรายทุกคนโดยเร็ว และควบคุมค่าดัชนีลูกน้ำยุงลายอย่าให้เกินมาตรฐานที่กำหนด ซึ่งยุงลายมักจะไปวางไข่ตามเศษภาชนะหรือวัสดุต่างๆ ที่มีน้ำขังอยู่ จึงต้องดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมการระบาดของโรคอย่างเข้มข้น ตามมาตรการ 3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค คือ เก็บบ้าน เก็บขยะ เก็บน้ำ และดำเนินมาตรการ 5ป 1ข ประชาชนต้องช่วยกันสำรวจบ้านใครบ้านมัน และกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายบริเวณรอบตัวบ้าน รอบที่ทำงาน และรอบชุมชน เพื่อตัดวงจรชีวิตของยุงลาย ไม่ให้ไปวางไข่และเจริญเติบโตจนกลายเป็นพาหะนำโรคไข้เลือดออกหรือโรคติดต่ออื่นๆ มาสู่คน

