หน้าแรก ภูมิภาค ‘เสี่ยแ...

‘เสี่ยแป้ง’ เคยเป็นทหารพราน ชำนาญพื้นที่ รอง.ผบ.ตร. ลั่น หากสู้ จนท.ก็ต้องป้องกันตัว 

9.11.23 | 13:58 น.

ตรัง-รอง ผบ.ตร. เรียกประชุมด่วนทีมล่า ‘เสี่ยแป้ง’ ลั่น หากสู้ จนท.ก็ต้องป้องกันตัว เพราะมีอาวุธสงครามร้ายแรง ผงะ! รองอธิบดีราชทัณฑ์ เผย เคยเป็นอดีตทหารพราน สืบต่อกระบวนการพาหนี ไม่ละเว้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์มีเอี่ยว รมว.ยุติธรรม เตรียมลงพื้นที่ด้วย

จากกรณี เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการล่าตัว ‘เสี่ยแป้ง นาโหนด’ หรือ นายเชาวลิต ทองด้วง อายุ 37 ปี ที่แหกคุก หลังทำทีแกล้งป่วยหนัก จนต้องไปรักษาโรงพยาบาลก่อนสะเดาะตรวนหนี ทั้งที่มีผู้คุมเฝ้าถึง 2 คน และรอนานถึง 3 ชั่วโมง ถึงจะดำเนินการแจ้งความ

ล่าสุด เวลา 11.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง อ.เมือง จ.ตรัง พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ได้เรียกประชุมด่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช และผู้กำกับการตำรวจพัทลุง รวมถึงผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานภูธร 9 โดยมีนายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ร่วมประชุมด้วย ใช้เวลา กว่า 40 นาที

ภายหลังประชุม พล.ต.ท.ธนาเปิดเผยว่า ถ้าเกิดเสี่ยแป้งต่อสู้หรือเขาป้องกันตัวก็เป็นไปตามหลัก เราก็ต้องปฏิบัติตามหลัก ทางเรือนจำก็อยากให้เสี่ยแป้งเข้ามอบตัว จะได้ไม่เกิดการสูญเสีย แต่ถ้าเขาต่อสู้หรือขัดขืนเนื่องจากเขามีอาวุธสงคราม เราก็ต้องมีมาตรการในการป้องกันตัว จะได้ตัวผู้ต้องหาตอนไหนนั้นเราไม่กดดัน ซึ่งขอฝากช่วยกระจายข่าวออกไป หรือใครติดต่อสื่อสารก็ได้ ก็อยากให้เข้ามามอบตัว คาดว่าจะได้ตัวผู้ต้องหาในเร็วๆ นี้แน่นอน แต่อยากจะใช้สันติวิธีด้วยการให้เขาเข้ามอบตัวมากกว่า

ด้าน นายณรงค์ จุ้ยเส่ย รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ในการติดตามผู้ต้องขังตามคำสั่งศาล ซึ่งวันแรกที่มีการหลบหนี ก็ได้สั่งระดมกำลังทางเจ้าหน้าที่ในเขต 8 และเขต 9 เพื่อสกัดจับกุมในพื้นที่ไปตามที่บ้าน หมู่บ้าน ญาติเพื่อนต่างๆ แต่ว่ากรมราชทัณฑ์มีอำนาจในการใช้อาวุธเพียง 48 ชั่วโมง เกิน 48 ชั่วโมงเราจะต้องขอความร่วมมือกับตำรวจในการติดตามจับกุมตัวมา เรายังได้ตั้งศูนย์เฉพาะกิจที่ จ.นครศรีธรรมราช แล้วรายงานผู้บริหารระดับสูงทราบ แต่ทางผู้ต้องขังมีอาวุธที่ร้ายแรง แต่เราไม่มีอาวุธที่ร้ายแรง ต้องให้ตำรวจออกหน่วยอยู่ในแนวหน้า แล้วเราสนับสนุน

Advertisement

นายณรงค์กล่าวว่า พอเราทราบว่าผู้ต้องขังอยู่ในพื้นที่ เราก็มาช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ในเรื่องอาหาร-น้ำ เป็นหลัก ตอนนี้มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์มา 60 กว่าคน กระจายอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของพื้นที่ และได้สั่งการให้เรือนจำ จ.นครศรีธรรมราช สตูล ตรัง และพัทลุง หาข่าวรวมกัน เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลมาก็เป็นประโยชน์ของการเข้าพื้นที่ในช่วงแรกๆ และทำการสอบสวนผู้ต้องขังที่ถูกจับมา ว่าในคดีนี้มีขบวนการอะไรบ้าง ตอนนี้ทาง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และอธิบดีกรมราชทัณฑ์สนับสนุนเต็มที่ เพราะเหตุเกิดจากกรมราชทัณฑ์ ในการทำให้ผู้ต้องขังหลบหนี เราก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นถ้าประชาชนรู้เบาะแสตรงไหน แจ้งที่ผมมาได้ หรือที่ทางกรมราชทัณฑ์ และทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะลงพื้นที่มาด้วย

“และเท่าที่ทราบเสี่ยแป้งอดีตเคยเป็นทหารพรานมาก่อน มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ แล้วมาเจอคดีเดิม มีโทษ 20-21 ปี แล้วเคยอยู่มาหลายเรือนจำแล้ว ก็จะมีความรู้ช่องทาง ในส่วนของเจ้าหน้าที่ต่างๆ ก็แจ้งออกหมายจับและมอบตัวไว้แล้ว ถ้ามีรู้เห็นเป็นใจก็จะดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ซึ่งขณะนี้อยู่ในการสืบสวนสอบสวนของตำรวจและทางกรมราชทัณฑ์ และจากข้อมูลของเราคาดว่าเสี่ยแป้งยังอยู่ในพื้นที่ แต่ยังต้องสืบถึงขบวนการการพาหนีด้วย” นายณรงค์กล่าว