หน้าแรก ภูมิภาค อดีต ผญบ.ชี้ ...

อดีต ผญบ.ชี้ ‘บ้านตระ’ จุด ‘เสี่ยแป้ง’ ซ่อนตัว เป็นรังโจรเก่า ขอ มท.1 ให้ฝ่ายปกครองพื้นที่ช่วยล่า

10.11.23 | 13:13 น.

อดีตผู้ใหญ่แจ้ง ยุคปราบคอมมิวนิสต์ เผยตำนาน ‘บ้านตระ’ โจรดังในตำนานภาคใต้กบดานเพียบ ถูกสาปเป็นหมู่บ้านอาถรรพ์ ต้องเซ่นไหว้ ‘ทวดเล็ก’ เปิดป่าล่าเสี่ยแป้ง สอน จนท.รบในเมืองกับในป่ามันต่างกัน ฝาก มท.1 เปิดทางร่วมฝ่ายปกครองในพื้นที่ล่า

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายแจ้ง แสงกุล อายุ 68 ปี หรือ อดีตผู้ใหญ่แจ้ง ผู้เคยได้รับฉายา “ผู้ใหญ่สุลต่าน” อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านตระ หมู่บ้านเล็กๆ บนเขาบรรทัด พื้นที่หมู่ 2 ต.ปะเหลียน จ.ตรัง พื้นที่ปะทะและกบดานของ นายชวลิต ทองด้วง หรือ เสี่ยแป้ง นักโทษแหกคุก ให้สัมภาษณ์ว่า เป็นผู้ใหญ่บ้านมาตั้งแต่ปี 2530 ได้บุกเบิกและได้ตั้งชื่อให้ว่า “บ้านตระ” แบ่งการปกครองชุมชนเป็น 5 โซน มีหัวหน้าโซนดูแลแต่ละโซน และตนยังมีตำแหน่งเป็นประธานชุมชนบ้านตระ เนื่องจากเป็นผู้บุกเบิกบ้านตระเป็นคนแรก มีการตั้งร้านค้าสหกรณ์ชุมชน

อดีตผู้ใหญ่แจ้งเผยว่า การจะปกครองแบบกึ่งระบบทหาร กึ่งการปครอง แต่จะวางตัวเป็นพ่อที่ดีของลูกบ้าน แต่กับโจรผู้ร้ายตนจะวางตัวเป็น “นักต่อสู้” บ้านตระเป็นหมู่บ้านแห่งตำนานลี้ลับขุนโจรภาคใต้ในอดีต ตั้งแต่ “โจรนายดำหัวแพร” หรือ “โจรมหาจันทร์” อยู่ที่บ้านตระมาก่อนที่ตนจะเป็นผู้ใหญ่บ้าน บ้านตระเป็นหมู่บ้านปิด เป็นหมู่บ้านที่ถูกทอดทิ้งจากเจ้าหน้าที่

อดีตผู้ใหญ่แจ้งกล่าวอีกว่า ตนเคยเป็นอดีตทหารพราน กรมทหารพราน 42 ซึ่งมีเพียงกองร้อยเดียวใน จ.ตรัง ส่วนตัวทราบว่าเสี่ยแป้งเคยเป็นทหารพราน แต่เขาอยู่คนละกรมกับตน และบ้านตระเคยเป็นฐานของคอมมิวนิสต์ เป็นฐานปฏิบัติการศูนย์ชี้นำที่ 842 ผกค. เรื่องล้อมจับเสี่ยแป้งในพื้นที่บ้านตระตนก็ติดตามข่าวสาร มองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ต้องจัดการกันเอง เพราะตอนนี้ไม่ได้เป็นผู้ใหญ่บ้านแล้ว ส่วนเรื่องยาเสพติดตอนนี้ระบาดเยอะมาก ระบาดไปทุกที่ ยาเสพติดจะนำมาสู่เงิน อาวุธสงคราม และการทำผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ตามมา

Advertisement

“ผมเคยเป็นทหารพราน รู้ช่องทางหลบหนี เคยเดินทางขึ้นไปทางบ้านควนไม้ดำเพื่อตีฐานคอมมิวนิสต์ โดยจู่โจมเข้าพร้อมกันทั้งจากฝั่งพัทลุงและฝั่งสตูล การจะล่าโจรจะต้องเข้าต่อสู้แบบกองโจรจึงสามารถตีแตกได้ ซึ่งบ้านตระขึ้น-ลงโดยใช้รถจักรยานยนต์ได้ทางนี้ทางเดียว แต่หากเดินเท้าสามารถลงได้หลายเส้นทาง

“ด้านบนของบ้านตระตอนที่ผมเคยไปจู่โจมคอมมิวสต์บนนั้นมีพื้นที่โล่งเตียน ใช้เป็นสนามขึ้น-ลงเฮลิคอปเตอร์ ผมเคยไปลงเฮลิคอปเตอร์ตรงจุดนั้นแล้วลาดตระเวนพื้นที่จนทราบพื้นที่อย่างดี ก่อนเรียกกำลังพลผ่านวิทยุสื่อสารขึ้นปฏิบัติการ ซึ่งจุดจอดเฮลิคอปเตอร์กับหมู่บ้านห่างกันประมาณ 4 กิโลเมตร คาดว่าจะเป็นตุดปะทะกับเสี่ยแป้ง” อดีตผู้ใหญ่แจ้งระบุ

อดีตผู้ใหญ่แจ้งกล่าวว่า ปัจจุบันพื้นที่บ้านตระไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ตอนที่ตนปกครองจะใช้วิทยุสื่อสารในการสื่อสาร ใครเข้ามาในบ้านตระก็เหมือนถูกตัดขาดจากภายนอก ซึ่งจะมีการติดตั้งศูนย์วิทยุสื่อสารไว้ที่สหกรณ์ และศูนย์วิทยุสื่อสารแม่ข่ายก็จะด้านล่างที่บ้านหลังนี้เลย เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็จะแจ้งลงมายังแม่ข่าย เมื่อทราบข่าวแล้วก็จะใช้รถจักรยานยนต์ไปหาชาวบ้าน

“เมื่อก่อนความร่วมมือของชาวบ้านบ้านตระดีมากๆ หากมีคนในบ้านตระเจ็บไข้ได้ป่วย คนที่บ้านควนไม้ดำด้านล่างก็จะกางเต็นท์ไว้หน้าบ้าน หุงข้าว หุงปลา คอยดูแลไม่ให้ลำบาก และตอนที่ผมเป็นผู้ใหญ่บ้านได้จัดตั้งให้มี อสม. มีกลุ่มแม่บ้านบ้านตระ สมัยที่ผมเป็นทหารพราน เป็นผู้ใหญ่บ้าน หากมีเหตุร้าย มีคนไม่ดีเข้ามาในบ้านตระ ผมจะเซ่นไหว้ตามความเชื่อ เป็นการเซ่นไหว้ตามศาสตร์และพิธีกรรมแบบอิสลาม ไปไหว้ ‘ทวดเล็ก’ ไปตั้งเครื่องเซ่น ขอให้เปิดหูเปิดตา เปิดบ้านเมือง เปิดป่า ทำให้เหตุร้ายคลี่คลาย” อดีตผู้ใหญ่แจ้งกล่าว

อดีตผู้ใหญ่แจ้งกล่าวด้วยว่า บ้านตระเป็นหมู่บ้านอาถรรพ์ เป็นหมู่บ้านที่ถูกสาปเช่งไว้ว่า ถ้าใครมีปัญหา เป็นโจรผู้ร้ายเข้ามาในนี้จะไม่สามารถอยู่ได้ คนที่เอาเปรียบคนอื่นจะอยู่ไม่ได้และต้องมีอันเป็นไป เจ้าหน้าที่อาจมองข้ามเรื่องนี้ไป แต่ตนยังเชื่อเรื่องนี้ ตอนเป็นผู้ใหญ่บ้านก็ตั้งเครื่องเซ่นไหว้ ได้แก่ ข้าวเหลือง ไก่ไม่เหยียบดิน (ไข่ไก่) นำไปตั้งเซ่นไหว้ แล้วขอพรให้ปกครองบ้านตระอย่างราบรื่น ชุมชนอยู่เย็นเป็นสุข สามัคคี ขอเป็นตัวแทนของทวดเล็กนำบ้านตระไปสู่เป้าหมายที่ดีงาม ซึ่งตนเป็นผู้ใหญ่บ้านดูแลบ้านตระมากว่า 20 ปี ลูกบ้านไม่ทะเลาะกันเลย

“เรื่องลี้ลับของบ้านตระใครที่มาเยือนบ้านตระแล้วคิดไม่ดี หรือไม่เชื่อถือก็จะอยู่ไม่ได้ แต่หากใครที่คิดดีก็จะดีไปเลย และในการปฏิบัติงานคนที่เป็นทหาร ทั้งที่เป็นทหารพรานและผู้ใหญ่บ้านก็จะวางเส้นสายในการเข้าไปทำงานตรงนี้ เพราะการรบในป่าไม่เหมือนกับการรบในเมือง และการจับผู้ร้ายในป่าเป็นเสือลำบาก อย่างน้อยก็ต้องสู้ไว้ก่อน หรือเปรียบเปรยว่าหากจะสู้กับโจรเราต้องสู้แบบโจร ต้องหาคนในพื้นที่มาเป็นพวกตนเองให้ได้” อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านตระระบุ

อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านตระกล่าวว่า สำหรับบ้านตระนั้นภูมิประเทศจะเอื้อในการเป็นสนามรบ เพราะเคยเป็นสนามรบมาก่อน ตั้งแต่ตำนานมาจนถึงปัจจุบัน เพราะเป็นยุทธศาสตร์ที่มีที่กำบัง เหมาะแก่การเป็นพื้นที่สู้รบ ขอฝากว่า “คนแก่บอกว่าทำตัวให้ดี จะได้ฝากผีฝากไข้ อย่าลืมว่าบ้านตระเป็นหมู่บ้านแห่งตำนาน” อยากฝากถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าให้ท่านขอความร่วมมือจากฝ่ายปกครองในระดับหมู่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำท้องที่ ผู้นำชุมชน

“ถ้าฝ่ายปกครองเขาเอาด้วย ร่วมไม้ร่วมมือกัน เรื่องการล่าเสี่ยแป้งไม่ใช่เรื่องยากเลย ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกคนปลอดภัย ขออย่าให้เกิดการสูญเสียใดๆ กับเจ้าหน้าที่รัฐ และให้สามารถจับกุมตัวเสี่ยแป้งได้ในเร็ววัน” อดีตผู้ใหญ่บ้านบ้านตระกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง